วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารทำเจลราคาถูกสู้หวัดใหญ่ 2009

อุบลราชธานี- เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ใช้นโยบายเชิงรุกจับเด็ก
นร.ล้างมือก่อนเข้าเรียน พร้อมใช้ปรอทวัดไข้ตรวจหานักเรียนที่ป่วย
เพื่อคัดกรองแยกออกจากกลุ่ม
พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่มาติดต่องาน
และอบรมทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อราคาถูกให้หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน
และชุมชนใช้เองด้วย

วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7
ใช้นโยบายเชิงรุกต้านการระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยนำตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร ร้านค้า และชุมชนจำนวน 100 คน
ผลิตเจลใช้ล้างมือฆ่าเชื้อโรคไข้หวัด 2009 ราคาถูกใช้เอง
เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ซึ่งนับวันทวีความรุนแรงและระบาดเป็นวงกว้างไปทุกพื้นที่ของจังหวัด

สำหรับการอบรมทำเจลฆ่าเชื้อ
เมื่อเทียบปริมาณและราคาที่ซื้อตามท้องตลาด
การทำเจลใช้เองจะมีราคาถูกกว่าถึงร้อยละ 60

นางคนึงนิจ โกศัลวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7
จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันเจลล้างมือใช้ฆ่าเชื้อโรคมีราคาแพงขึ้น
และสินค้าเริ่มขาดตลาด เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
จึงร่วมกับหน่วยงานปกครองท้องถิ่นจัดอบรมเจ้าหน้าที่ ตัวแทนองค์กรเอกชน
และตัวแทนชุมชนผลิตเจลล้างมือราคาถูกใช้เอง
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสกัดกั้นไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัด
2009 ขยายตัวเป็นวงกว้างออกไป
ซึ่งสถาบันจะตระเวนให้ความรู้การทำเจลฆ่าเชื้อโรคให้ครบทุกอำเภอของจังหวัด
ด้วย

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์
นายกเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารกล่าวว่า
ปัจจุบันเทศบาลใช้นโยบายเชิงรุกรับมือการระบาดเชื้อไข้หวัด 2009
โดยตามสถานศึกษานักเรียนต้องล้างมือในจุดที่จัดไว้ก่อนเข้าเรียน
และให้ครูผู้สอนใช้ปรอทวัดอุณหภูมิสแกนหานักเรียนที่มีอาการป่วยเป็นไข้
เพื่อคัดกรองให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านหรือส่งต่อให้แพทย์ตรวจดูอาการ

ส่วนประชาชนที่เข้ามาติดต่อกับเทศบาล
ต้องล้างมือและรับแจกผ้าอนามัยปิดปากระหว่างเข้ามาติดต่องาน
เพื่อป้องกันทั้งตัวเจ้าหน้าที่และประชาชน
การใช้มาตรการเข้มงวดกวดขันไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก
แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้

สำหรับการอบรมทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อราคาถูกใช้เอง
จะหมุนเวียนอบรมไปให้ครบทุกหน่วยงาน
เพื่อให้หน่วยงานและชุมชนมีเจลฆ่าเชื้อไว้ใช้เอง
แก้ปัญหาเจลขาดตลาดและมีราคาแพง

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ท้องฟ้าไม่เป็นใจมองเห็นสุริยุปราคาน้อย

อุบลราชธานี - นักดาราศาสตร์ชี้แม้ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดวันนี้
จังหวัดอุบลราชธานีมองเห็นเป็นช่วงๆระยะเวลาสั้นๆ
แต่ปีหน้าจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนให้ชมกลางเดือน ม.ค.
สำหรับวันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้
จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคารับวันขึ้นปีใหม่ด้วย

วันนี้ (22 ก.ค.) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อ.เมือง
จ.อุบลราชธานี ได้ตั้งกล้องใช้ดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาให้ผู้สนใจชมปรากฏการณ์ดังกล่าว
จำนวน 2 ตัว แต่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาในระยะเวลาสั้นๆ
เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีเมฆคอยบดบังดวงอาทิตย์
ทำให้มองเห็นปรากฏการณ์ได้เพียงลางๆ

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
จึงจัดทำภาพจำลองการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
รวมทั้งจัดนิทรรศการทางดาราศาสตร์
และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 4
ซึ่งได้รับการเชิดชูเป็นพระบิดานักวิทยาศาสตร์ไทย
เพราะทรงคำนวณการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวงที่ ต.หว้ากอ
จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ในเวลา 11.36 น. วันที่ 18
ส.ค.2411

นายพิมล ไท้ทอง หัวหน้างานดาราศาสตร์
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า
แม้การรับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศ
แต่ในวันที่ 15 ม.ค.2553 ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป
จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนให้ชมกันอีกครั้ง

สำหรับกลางดึกคืนวันที่ 31 ธ.ค.52
ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ก็จะมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาให้ชมตั้งแต่เวลาประมาณ
02.00 น.ด้วย

อุบลฯ ฝนตกไม่หยุดต้นข้าวยืนตาย-แม่น้ำมูลสูงขึ้นต่อเนื่อง

อุบลราชธานี - อุบลฯ สภาพอากาศยังปิดต่อเนื่อง และมีฝนตกลงมาเป็นระยะ
ส่งผลต่อต้นข้าวเริ่มเน่าจากน้ำขัง
ส่วนแม่น้ำมูลมีระดับน้ำสูงขึ้นรวดเร็ว
จ่อล้นตลิ่งไหลท่วมเรือนบ้านสองฝั่งแม่น้ำแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.)
จังหวัดอุบลราชธานียังคงมีสภาพอากาศมืดครึมมาตลอดสัปดาห์
และมีฝนตกลงมาเป็นระยะ
ส่งผลกระทบต่อกล้าในนาข้าวของเกษตรกรบางส่วนกลายเป็นสีเหลือง
เพราะถูกน้ำฝนขังเป็นเวลานาน ทำให้เกิดโรคจากความชื้นของอากาศ
ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลเริ่มสูงขึ้น

โดยที่สถานีวัดน้ำเอ็ม 7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง
จ.อุบลราชธานี ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำตอนล่าง จ.นครราชสีมา
ระบุว่าระดับน้ำมูลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ระดับ 110.19
ซึ่งอยู่ในข่ายมีน้ำมาก เพราะมีน้ำจากด้านเหนือไหลมารวมกัน
หากปริมาณน้ำยังสูงต่อเนื่อง
สามารถเอ่อล่นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำได้

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี
ระบุว่าสภาพอากาศยังมีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 60

อบจ.อุบลฯ โชว์ผลงานแก้จนเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวแก่นายก อบจ.ทั่วประเทศ

อุบลราชธานี - องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
เป็นเจ้าภาพจัดประชุมกำหนดกรอบทำงานเกี่ยวกับร่างกฎหมายท้องถิ่นฉบับใหม่
พร้อมใช้การประชุมเป็นโอกาสเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นการใช้จ่าย
และรณรงค์สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ 2009
ในการเข้าประชุมด้วย

วันนี้ (23 ก.ค.) ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี
ประธานนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
ประชุมนายกและผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 3,000 คน
เพื่อรับฟังและกำหนดกรอบการทำงานเกี่ยวกับร่างกฏหมายราชการส่วนท้องถิ่นที่
จะนำมาบังคับใช้ในอนาคตจำนวน 4 ฉบับ
ซึ่งมีผลต่อการกระจายอำนาจและการบริหารงาน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดและตำบล

นอกจากนี้
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานียังได้จัดโปรแกรมนำนายกและผู้บริหาร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 3,000 คน
กระจายเดินทางเป็นกลุ่มไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ
เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว
และทำให้เกิดการใช้จ่ายตามแหล่งท่องเที่ยว
รวมทั้งเสนอผลงานแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการช่วยเหลือประชาชน เช่น
โครงการชลประทานระบบท่อ
ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำไปให้เกษตรกรที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำมีน้ำใช้ทำ
เกษตรกรรม โดย อบจ.อุบลราชธานีใช้เป็นโยบายหลักในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการทำเกษตรกรรม
ตามชุมชนในระยะ 5 ปีข้างหน้าด้วย

สำหรับการเข้าประชุมสัมมนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ในฐานะเจ้าภาพได้รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยให้เจ้าหน้าที่
อบจ.จากทั่วประเทศสวมป้องกันการแพร่เชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ในการเข้าร่วมประชุมด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083320

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ตรวจเข้มไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 แบบ One Stop Service

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เปิดบริการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 แบบครบวงจร One Stop Service
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน เฉพาะกิจ
เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ขณะนี้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช1 เอ็น1
ยังมีการแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
แม้ว่าโรคดังกล่าวจะมีอาการไม่รุนแรงมากนักในคนปกติ
และสามารถรักษาให้หายได้ หากเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรก
แต่โรคดังกล่าวสามารถแพร่ระบาดจากผู้ที่กำลังป่วยไปสู่คนใกล้ชิดได้อย่างรวด
เร็ว เพราะเป็นโรคสายพันธุ์ใหม่ที่คนทั่วไปยังไม่มีภูมิต้านทานโรค
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โรคดังกล่าว
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
จึงได้เปิดบริการการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยที่มีอาการ มีไข้ ไอ
จาม ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย
หรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยหรือเดินทางเข้าไปในจังหวัดหรือพื้นที่ที่
มีการระบาดของโรคภายใน 7 วัน
และดูแลเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่สุขภาพอ่อนแอ อาทิ ผู้ป่วยเรื้อรัง
ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ
และเด็กเล็ก นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
กล่าวว่า จากที่ตั้งหน่วยคัดกรองเฉพาะกิจมาตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2552
ณ บริเวณอาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 ซึ่งในแต่ละวันมีผู้มารับการตรวจ
ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. ประมาณ 240 รายต่อวัน
ทำให้มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อผู้มารับบริการ และในวันพุธที่ 15 กรกฎาคมนี้
เป็นต้นไป ได้ย้ายไปเปิดให้บริการตรวจคัดกรองครบวงจร แบบ One Stop
Service สำหรับ ผู้ที่มีอาการสงสัย คือ มีไข้ ไอ จาม ปวดศีรษะ
ปวดเมื่อยตามร่างกาย ที่บริเวณพลับพลาเรือนไทย หน้าอาคาร 50
พรรษามหาวชิราลงกรณ เมื่อผู้มีอาการน่าสงสัยเข้ามารับบริการ
ก็จะได้รับการบริการ ณ จุดนี้จุดเดียวแบบครบวงจรที่สะดวก รวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ ทั้งการนั่งรอตรวจ การทำบัตร ซักประวัติ วัดสัญญานชีพ
การพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค์ และการรับยาตลอดจนคำแนะนำ การดูแลตนเอง
และการปฏิบัติตัวในสังคมจากเภสัชกรและทีมสุขศึกษา ประชาสัมพันธ์ ,
ทีมเวชกรรมสังคม ในส่วนของการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลนั้น
ได้จัดเตรียมระบบการรองรับไว้แล้ว
หากมีผู้ป่วยหนักจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ทั้งระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การจัดห้องแยกโรคเป็นการเฉพาะที่ได้มาตรฐานสามารถควบคุมโรคได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมไว้แล้วถึง 10
ห้องที่มีวงจรปิดและโทรศัพท์สำหรับให้ผู้ป่วยติดต่อกับญาติ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องช่วยหายใจ ยาและเวชภัณฑ์อื่น ๆ
ตลอดจนการให้บริการรักษาพยาบาลโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
เพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดออกไป
จึงนับได้ว่าขณะนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
มีความพร้อมในทุกด้านในการรองรับสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ที่มีอาการไข้หวัดธรรมดาไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ควรดูแล
สุขภาพด้วยตนเองที่บ้าน โดยการพักผ่อนที่เพียงพอ
รับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ
ก็จะสามารถหายได้เองภายใน 5 - 7 วัน แต่หากภายใน 2 - 3 วัน
อาการยังไม่ดีขึ้นมีไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบไปพบแพทย์ ณ
โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โทร.045-244973 ต่อ 1390 วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 14
ก.ค.52


โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
รับการตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาลประจำปี 2552
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
รับการตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาลประจำปี 2552 วันที่ 14
กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมการบริหารชั้น 5 อาคาร 50
พรรษามหาวชิราลงกรณ นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
ต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาล
จากกองประสานการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานคร
ซึ่งได้เข้าทำการตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาล
เนื่องจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลให้บริการทางการแพทย์แก่ลูกจ้างผู้ประกันตน
ซึ่งจะมีการตรวจประเมินทุกปี โดยสำนักงานประกันสังคม
ได้จัดให้คณะที่ปรึกษาทางการแพทย์
และที่ปรึกษาทางการพยาบาลของสำนักงานประกันสังคมดำเนินการเยี่ยมสำรวจและ
ตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานของสถานพยาบาล
โดยได้จัดทำแนวทางการเยี่ยมสำรวจ
เพื่อเป็นข้อมูลให้สถานพยาบาลทราบและได้กำหนดแบบข้อมูลสถานพยาบาลและแบบ
ประเมินเครื่องชี้วัดคุณภาพสถานพยาบาล เพื่อให้สถานพยาบาลกรอกข้อมูลต่าง
ๆ ในการดำเนินงานของสถานพยาบาล
และยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจของสถานพยาบาลเกี่ยวกับสิทธิรักษา
พยาบาลของผู้ประกันตน การบริหารจัดการข้อมูล
และการจัดวิธีการตรวจสอบสิทธิให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของสำนักงานประกัน
สังคม โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้คณะผู้ตรวจประเมินได้ทำการเดินเยี่ยมสำรวจและ
ประเมินคุณภาพการให้บริการทางการพยาบาล ด้านมาตรฐานทั่วไป
มาตรฐานบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มาตรฐานบริการผู้ป่วยนอก
มาตรฐานบริการผู้ป่วยใน มาตรฐานบริการผู้ป่วยหนัก มาตรฐานบริการศัลยกรรม
มาตรฐานบริการวิสัญญี ส่วนการเยี่ยมสำรวจทางการแพทย์ได้แก่
มาตรฐานเวชระเบียน มาตรฐานพยาธิวิทยา มาตรฐานบริการเภสัชกรรม
และมาตรฐานบริการรังสีวิทยา วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 14 ก.ค.52

สา'สุข อุบลฯเน้นย้ำร้านขายยาในจังหวัดร่วมมือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
นาย แพทย์ วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ว่า
จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากการดำเนินการให้ความรู้แก่สถานประกอบการ
โรงเรียน ชุมชน ในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว
ยังต้องอาศัยการทำงานอย่างเป็นเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ
และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านขายยา
ซึ่งเป็นหน่วยบริการภาคเอกชนที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน
จากกรณีดังกล่าวสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี
และประธานเครือข่ายเภสัชกรจังหวัดอุบลราชธานี
จึงได้จัดประชุมกลุ่มเภสัชกรและผู้ประกอบการร้านยาในจังหวัด เรื่อง "
ร้านยาอุบลฯรวมใจสู้ภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 "
และร่วมอภิปรายเรื่องระบาดวิทยาและสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ความรู้เบื้องต้น แนวทางการรักษาและการส่งต่อจากร้านขายยา
ตลอดจนบทบาทร้านยาในการสู้ภัยไข้หวัดใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม
2552 เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้ร้านยามีสมรรถนะและสามารถแสดงบทบาทในการควบคุม
โรคร่วมกับหน่วยงานรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาระบบการทำงานแบบเป็น
เครือข่ายโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างร้านยาเอกชนกับหน่วยบริการสาธารณสุขของ
รัฐต่อไป สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไข้หวัด 2009 อุบลฯป่วยแล้ว 48 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อุบลราชธานี - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
เผยตัวเลขพบผู้ป่วยสะสมไข้หวัด 2009 มี 48 ราย มาจากต่างจังหวัด 32 ราย
ป่วยโดยรับเชื้อในจังหวัด 14 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนที่มาของโรคอีก 2 ราย
ทั้งหมดรักษาหายแล้ว 36 ราย อีก 12 ราย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
และยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อีสานล่างระบุ
มีการส่งตัวอย่างตรวจหาเชื้อวันละกว่า 30 รายแล้ว

วันนี้ (15 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
นายแพทย์ วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
เปิดเผยว่า สถิติตัวเลขถึงวันที่ 14 กรกฎาคม จังหวัดอุบลราชธานี
มีผู้ป่วยสะสมของจำนวนทั้งสิ้น 48 ราย
เป็นผู้ป่วยที่รักษาหายและแพทย์ให้กลับบ้านได้จำนวน 36 ราย อีก 12 ราย
ยังคงรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ผลจากการสอบสวนโรค พบว่า เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
32 ราย และเป็นการติดเชื้อภายในจังหวัดอุบลราชธานี 14 ราย อีก 2 ราย
อยู่ระหว่างการสอบสวนที่มาของการรับเชื้อโรค

นายแพทย์ วุฒิไกร
กล่าวต่อถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ซึ่งกำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ว่า
นอกจากการให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่
2009 ยังขอความร่วมมือให้เภสัชกรตามร้านขายยาพูดแนะนำประชาชนในการป้องกันตัวจาก
การรับเชื้อไข้หวัด
และช่วยคัดกรองผู้ป่วยต้องสงสัยเข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ
เพื่อลดการแพร่เชื้อไข้หวัด 2009 ให้อยู่ในวงจำกัดที่สุดต่อไป

ด้าน นายแพทย์ วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 อุบลราชธานี
ซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบยืนยันการติดเชื้อของผู้ป่วย ระบุว่า
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลใน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง 62 อำเภอ
ส่งตัวอย่างเชื้อผู้ป่วยต้องสงสัยให้ตรวจสอบยืนยันการติดเชื้อไข้หวัด
2009 วันละกว่า 30 ราย
นอกจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบส่งตัวอย่างมาให้ช่วยตรวจหาเชื้อแล้ว

ยัง มีโรงพยาบาลนอกเขตความรับผิดชอบ แต่ตั้งอยู่ใกล้เคียงศูนย์
คือ จังหวัดมุกดาหาร และ นครพนม
ก็ขอนำตัวอย่างมาให้ทางศูนย์ช่วยตรวจหาเชื้อด้วย

ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตรวจสอบตัวอย่างที่โรง
พยาบาลส่งมาให้วันละ 2 รอบ
เพราะต้องรีบแจ้งผลการตรวจให้โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวทราบภายใน
24 ชั่วโมง เพื่อทำการควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด
จากปริมาณตัวอย่างเชื้อที่ได้รับขณะนี้
ยังไม่เข้าขั้นเป็นการระบาดของเชื้อโรคอย่างรุนแรง

แต่หากมีปริมาณตัวอย่างเชื้อส่งมาให้ตรวจเกิน 50 รายต่อวัน
จึงถือว่ามีการระบาดของโรคที่รุนแรงแล้ว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079842

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สสจ.อบ.รณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
นาย วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ ( เอช 1
เอ็น 1 ) พบว่าข้อมูลผู้ป่วยในประเทศไทย รวมมีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด
3,555 ราย เสียชีวิต 19 ราย ส่วนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
มีรายงานผู้ป่วยสะสมจำนวนทั้งสิ้น 41 ราย
ผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จำนวน 5 ราย
และยังคงรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำนวน 36 ราย
ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ( ข้อมูล ณ วันที่ 13 กรกฏาคม 2552 )
ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคดังกล่าว
ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทั้งในและนอก
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการเพิ่มมาตรการในการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการป้องกัน
ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
ได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอความร่วมมือผู้
ประกอบการสถานบันเทิง โรงเรียนกวดวิชา
ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตลอดจนปรับยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรค
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เน้นการเฝ้าระวังในพื้นที่
และค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว โดยขอความร่วมมือ
อสม.ร่วมค้นหาผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค นอกจากนั้น
ได้มีการกำหนดการดำเนินงานทำความสะอาดสำนักงาน ( BIG CLEANING DAY )
ในวันที่ 15 กรกฏาคม 2552
เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางในควบคุมป้องกันการแพร่การกระจายของเชื้อโรค
ให้หน่วยงานอื่น ๆ
ตลอดจนเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันในการดูแลสุขภาพโดยการ
สร้างสุขนิสัยในการป้องกันโรคแก่ตนเอง
นอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือให้ทุกโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี
เปิดช่องทาง FAST TRACK เพื่อคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009
เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าจากการรับบริการ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ตั้งวอร์รูมรับมือหวัด 2009 ปรับยุทธศาสตร์ควบคุมป้องกันโรค

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ASTV ผู้จัดการออนไลน์
นาย วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุบลราชธานี
เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานีว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนทั้งสิ้น 28 ราย
และอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุข
แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากนี้
ทางจังหวัดได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
และขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบันเทิง โรงเรียนกวดวิชา
ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตลอดจนปรับยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรค
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เน้นการเฝ้าระวังในพื้นที่
และค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว โดยขอความร่วมมือ
อสม.ร่วมค้นหาผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค
หากพบคนในหมู่บ้านเป็นหวัดมีไข้ ให้รายงานเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทราบ
เพื่อรับการรักษา และจัดส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปควบคุมป้องกันโรคทันที

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มช่องทางบริการให้กับผู้ป่วยไข้หวัด

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ไข้หวัดใหญ่ 2009
เพิ่มช่องทางบริการให้กับผู้ป่วยไข้หวัด
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 "
เพิ่มช่องทางบริการสำหรับผู้ป่วยหวัดใหญ่ พร้อมจับตากลุ่มเสี่ยง
และประชาสัมพันธ์ให้ทุกคน กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย
นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรค
โรงพยาบาลได้เพิ่มช่องทางบริการสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่
สายพันธ์ใหม่ 2009 (ทีมคัดกรองไข้หวัดเฉพาะกิจ)
ให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจด้วยวิธีการ One Stop Service โดยจัดแพทย์
จัดสถานที่คัดกรอง ห้องตรวจ และที่รับยาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ณ
อาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เปิดให้บริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้ป่วยอื่น
ซึ่งในช่วงนี้ได้มีผู้เข้ารับการตรวจไข้หวัด ประมาณวันละ 90-120
รายต่อวัน หากมีอาการหนัก
จำเป็นต้องนอนรักษาทางโรงพยาบาลก็จะพิจารณารับเป็นผู้ป่วยในพักรักษาตัวในหอ
ผู้ป่วยเฉพาะโรคที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้แยกกับผู้ป่วยอื่น นอกจากนั้น
ยังประสานไปยังเครือข่ายบริการสุขภาพทุกแห่ง ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติตนแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งในสถานศึกษา สถานที่ราชการ หรือหน่วยงานอื่นๆ
และขอความร่วมมือสื่อมวลชนในพื้นที่
ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงวิธีการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่
สายพันธ์ใหม่ 2009 ด้วย ทั้งนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้จัดทำและสนับสนุน สติ๊กเกอร์ สื่อเอกสาร สปอตวิทยุประชาสัมพันธ์ ต่างๆ
โดยเน้นการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อจากผู้อื่นและป้องกันการแพร่เชื้อ
เมื่อป่วยไปยังผู้อื่นด้วย ( ล้างมือ ล้างให้ถูก กินสุก ช้อนกลางตัก
ปิดปากไอใส่กระดาษ ทิ้งกระดาษในถังปิด สวมหน้ากากให้มิดชิด
หากคิดว่าจะเป็นหวัด ) อย่างไรก็ตาม นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ยังได้กล่าวฝากถึงประชาชนในการเฝ้าระวังและดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะสามารถควบคุมและป้องกันได้
จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน และประชาชนใส่ใจดูแลตัวเอง
ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ สุทธิพงศ์ ภาพ 10
ก.ค.52

นร.นับหมื่นสวมหน้ากากร่วมตลาดนัดการศึกษา

อุบลราชธานี -มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จัดตลาดนัดแนะนำการเข้าศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศ
โดยมีนักเรียนมัธยมปลายจาก 10 จังหวัดภาคอีสานตอนล่างนับหมื่นคน
พร้อมใจสวมหน้ากากกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ร่วมงาน
หลังพบผู้ติดเชื้อในอีสานล่างหลายสิบคน

วันนี้ (10 ก.ค.) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ร่วมกับสถาบันระดับอุดมศึกษามีชื่อทั่วประเทศ 46 สถาบัน
จัดแนะนำการเข้าศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมปลายกับคณะวิชาต่างๆ
ของทุกสถาบัน เพื่อให้นักเรียนที่ต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปลายปี
เตรียมความรู้ใช้ในการสอบแข่งขัน โดยมีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจาก 10
จังหวัดภาคอีสานตอนล่างนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน

ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า
การจัดตลาดนัดการศึกษามีความจำเป็นต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งของ
รัฐและเอกชน แม้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะมีเขตบริการครอบคลุม 10
จังหวัดอีสานตอนล่าง

แต่ก็ต้องการให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลทางการศึกษาของสถานบันอื่น
เพื่อความหลากหลายทางวิชาการ และตรงตามความต้องการของผู้ต้องการเรียนรู้
เพราะเยาวชนคนรุ่นใหม่คือ
กำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุดหน้ายิ่งขึ้นไป

สำหรับบรรยากาศภายในงาน
ซึ่งจัดในอาคารกีฬาอเนกประสงค์ติดเครื่องปรับอากาศ
นักเรียนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูก
เพื่อป้องกันการระบาดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งพบการระบาดและมีผู้ติดเชื้อในหลายจังหวัดของภาคอีสานตอนล่างนับ 10 คน
สำหรับตลาดนัดการศึกษาครั้งนี้ จะจัดแนะนำการศึกษาถึงวันที่ 11 ก.ค.ศกนี้


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000078045

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฮือฮา! แม่เสือดาวตกลูกเป็นเสือดาวเผือกตัวแรกของโลก

อุบลราชธานี - "ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ" ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี
นำลูกเสือดาวเผือก ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวแรกของโลกให้ผู้สื่อข่าวชม
พร้อมเชิญชวนผู้สนใจร่วมตั้งชื่อ
และจะเปิดให้ประชาชนชมลูกเสือดาวเผือกอย่างใกล้ชิดในเดือนสิงหาคมศกนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (8 ก.ค.)
นายชูวิทย์ (กุ่ย) พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี
และเป็นเจ้าของสวนสัตว์ตระการ อ.ตระการพืชผล ได้นำลูกเสือดาวเพศผู้อายุ 1
เดือน ซึ่งผู้เลี้ยงลูกเสือตัวนี้เรียกชื่อว่า "น้องต้นเทียน"
ให้ผู้สื่อข่าวชมความพิเศษกว่าลูกเสือดาวทั่วไป
เพราะมีพื้นลำตัวเป็นสีขาว มีจุดเป็นสีดำ

โดยปกติลูกเสือดาวทั่วไป จะมีพื้นลำตัวเป็นสีเหลืองและจุดสีดำ
จึงถือว่าลูกเสือดาวตัวนี้ เป็นลูกเสือดาวเผือกตัวแรกของโลก

นายชูวิทย์ กล่าวว่า พ่อของลูกเสือดาวชื่อเจ้าตาขาว
เป็นเสือที่ได้มาจาก จ.พิษณุโลก ส่วนแม่ชื่อนางกาฬสินธุ์
ได้ตกลูกตามปกติให้สวนสัตว์มาหลายครอก กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 8
มิ.ย.นางกาฬสินธุ์ ก็ได้ตกลูกเสืออีกครั้ง
โดยครั้งนี้ให้ลูกเพียงตัวเดียวมีพื้นลำตัวเป็นสีขาว
สร้างความดีใจให้กับทางสวนสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะเพาะเลี้ยงเสือมาเกือบ
30 ปี ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

รวมทั้งการตั้งท้องของแม่เสือดาวเป็นไปตามธรรมชาติ
สำหรับสาเหตุที่ให้ลูกเป็นเสือดาวเผือก
อาจเกิดจากยีนตัวด้อยของพ่อและแม่มาผสมพันธุ์กัน
จึงทำให้เกิดความพิเศษในตัวลูกเสือดาว

ขณะ นี้ลูกเสือดาวทางสวนเสือได้แยกมาอนุบาลทำการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี
เพราะตามสัญชาตญาณของแม่เสือดาวจะไม่เลี้ยงลูก และอาจทำร้ายลูกให้ตายได้
ส่วนการเปิดให้ประชาชนเข้าชมความพิเศษของลูกเสือดาวตัวนี้
คงต้องรอให้ลูกเสือลืมตาก่อน

อย่างไรก็ ตาม คาดว่า ในเดือนสิงหาคมนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้
พร้อมทั้งจะให้ประชาชนร่วมกันตั้งชื่อลูกเสือดาวเผือกตัวนี้
ส่วนผู้สนใจความเป็นไปของลูกเสือดาวเผือกตัวนี้ได้ที่อุบลซูดอทคอมด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077173

นักท่องเที่ยวแห่ชมงานแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลฯ คึกคัก

อุบลราชธานี - เริ่มแล้วงานแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี
นักท่องเที่ยวแห่ชมขบวนแห่ต้นเทียนริมสองฝั่งถนนหลายพันคน
เผยขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา พร้อมขบวนฟ้อนรำกว่า 51 ขบวน

วันนี้ (8 ก.ค.) คณะจัดงานเทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี
ได้อัญเชิญเทียนหลวงพระราชทานนำหน้า
ก่อนทำการเคลื่อนขบวนต้นเทียนพรรษาจำนวน 51 ขบวน
โดยเป็นต้นเทียนประเภทแกะสลัก ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ต้นเทียนโบราณ
และต้นเทียนนานาชาติของศิลปินชาติยุโรป และเอเชีย 9 ชาติ
โดยมีขบวนฟ้อนรำของนักเรียน
นักศึกษาจากหลายสถาบันนำหน้าจากถนนเขื่อนธานีมุ่งหน้าไปตามถนนชยางกูร
และสิ้นสุดที่ถนนสุริยาตร์ระยะประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ

ท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รอชมอยู่
สองข้างทางหลายพันคน สำหรับต้นเทียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ
ทั้งประเภทแกะสลักและติดพิมพ์จะนำมาตั้งโชว์อยู่ข้างสนามทุ่งศรีเมือง
อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิดอีก 1 วันด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076984

แห่เทียนอุบลฯนักท่องเที่ยวลดกว่าครึ่ง-ระบุปัญหาเศรษฐกิจ/หวัด 2009 เป็นเหตุ

อุบลราชธานี - ยอดนักท่องเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ลดลงเกือบ 50
เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการระบุต้นเหตุ
จากพิษเศรษฐกิจและกลัวข่าวการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
รวมทั้งหลายจังหวัดหันมาทำต้นเทียนแข่งขัน
โดยใช้ช่างทำเทียนชาวอุบลราชธานี
ทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเที่ยวมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเทศกาลงานประเพณีแห่เทียนพรรษา
จ.อุบลราชธานี โดยที่ซุ้มแกะสลักเทียนนานาชาติข้างลานพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
ศิลปินจากชาติเอเชียและยุโรป ได้แกะสลักต้นเทียนตามแนวคิด สำเร็จเกือบ
100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
โดยมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมผลงานที่บรรดาศิลปินต่างชาติเหล่านี้
สร้างสรรค์เป็นระยะ

สำหรับงานแห่เทียนพรรษาจะเริ่มเคลื่อนขบวนในเช้าวันที่ 8
ก.ค.แต่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมน้อยกว่าทุกปี
เพราะจากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรมที่พักหลายแห่ง
ระบุตรงกันว่า มียอดจองที่พักลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ นายกบ จ่าผาย ผู้จัดการโรงแรมแสงทอง อ.เมืองอุบลราชธานี
กล่าวถึงสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงว่า มาจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา
และอีกสาเหตุคือการเกิดข่าวพบนักเรียนของจังหวัดอุบลราชธานีติดเชื้อไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระทั่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอน
ทำให้นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นแทน
ทั้งที่เมื่อปีที่ผ่านมา
มีนักท่องเที่ยวเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ในช่วงงานแห่เทียนพรรษาเต็มทุกห้อง
ทั้ง 2 วัน

สาเหตุ อีกประการที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
เพราะหลายจังหวัดส่งเสริมให้ทำต้นเทียนพรรษาประกวดแข่งขัน โดย
จ.นครราชสีมา ทำต้นเทียนล้อเลียนการเมือง สำหรับ จ.สุพรรณบุรี
ซึ่งยึดแนวการทำต้นเทียนพรรษาแบบสวยงามเล่าเรื่องราวในพุทธชาดกของพระ
พุทธเจ้า ได้จ้างช่างทำต้นเทียนของจังหวัดอุบลราชธานี
ไปทำต้นเทียนส่งเข้าประกวด
ทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการชมงานประเพณีแห่เทียนพรรษามากขึ้น

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076724

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ม.อุบลฯร่วมบริษัทเอกชนวิจัยปาล์มน้ำมันสายพันธุ์อีสาน

อุบลราชธานี-มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จับมือบริษัทผู้ผลิตและรับซื้อยางพาราและปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ
พัฒนาสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้ตรงตามความต้องการ ลดปัญหาการขาดทุน
หรือให้ผลผลิตน้อยแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มภาคอีสาน


วันนี้( 3 ก.ค.)ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยได้ลงนามร่วมมือพัฒนาคุณภาพการผลิตปาล์มน้ำมันกับนาย
เฉลิม โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น
ซึ่งประกอบกิจการรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันและยางพารารายใหญ่ของประเทศ
โดยจะร่วมกันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา
เพื่อยกระดับสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา
มีผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางในภาคอีสานตอนล่างให้สูงขึ้นกว่าเดิม

สำหรับปาล์มน้ำมันที่เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของภาคอีสาน
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จะทำการวิจัยสายพันธุ์ที่เหมาะแก่การนำมาปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน
รวมทั้งดูวิธีการปลูก การดูแล การให้น้ำ ระยะเวลาการปลูก
การเก็บเกี่ยวที่ให้ผลผลิตตอบแทนอย่างเต็มที่
โดยมหาวิทยาลัยได้ทำแปลงทดลองใช้ในการวิจัยและให้นักศึกษาภาควิชาการเกษตร
เข้าเรียนรู้ในพื้นที่ 30 ไร่

ผศ.ดร.วสุ อมฤตสุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานไร่ฝึกทดลองกล่าวว่า
การวิจัยส่งผลให้ทราบว่าปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ใดเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมนำมา
ปลูกในดินของภาคอีสาน
เพื่อลดปัญหาการขาดทุนหรือการลงทุนแล้วไม่คุ้มทุนของเกษตรกร
เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรต่างคนต่างนำพันธุ์ปาล์มน้ำมันหลายสายพันธุ์เข้ามา
ปลูกในพื้นที่ บางสายพันธุ์ให้ผลผลิตไม่ตรงกับความต้องการ
บางสายพันธุ์ให้ผลผลิตน้อย

การวิจัยครั้งนี้
จะนำไปสู่การผลิตต้นแบบสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันใหม่ที่เหมาะสมกับดินของภาค
อีสาน โดยจะทำการวิจัยเป็นระยะรวมเป็นเวลาประมาณ 5-10 ปี


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075368

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัย

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
รพ. สรรพสิทธิประสงค์
จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัย วันที่
2 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องประชุม2 ชั้น6 อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ
คณะกรรมการวิชาการ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
ได้จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัยขึ้น
เพื่อเป็นการพัฒนานักวิจัยที่มีคุณภาพ
สามารถสร้างงานวิจัยจากงานประจำและผลงานวิจัยที่ดีต่อไป
อีกทั้งเพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร
ส่งเสริมวิจัย พัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพและถ่ายทอดองค์ความรู้
ในกลยุทธ์ที่2 พัฒนางานวิจัยทางการพยาบาล
มีเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลเข้าร่วมประชุม จำนวน 100 คน
เนื่องจากพยาบาลเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีมากเป็นอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล
โดยมีอัตรากำลังพยาบาลวิชาชีพจำนวน 841 คน พยาบาลเทคนิค จำนวน 108 คน
(สถิติโรงพยาบาลปีงบประมาณ 2551 )
อีกทั้งเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีงานประจำในหน้าที่และมีภาระงานประจำจำนวนมาก
ในงานประจำของพยาบาลจะมีความเกี่ยวเนื่องกับการดูแลรักษาผู้ป่วย
และเน้นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ
ที่นิยมใช้การวางแผนร่วมกันและจัดทำเป็นแผนการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน
โดยอาศัยความรู้การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ประกอบการปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นการบ่งชี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
และเป็นวิถีทางที่จำนำองค์กรพยาบาลสู่การเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีคุณภาพ
แต่ปัจจุบันได้มีการทำงานวิจัยไม่มากเท่าที่ควร
คือมีการจัดทำโครงการวิจัยไม่มากเท่าที่ควร
คือมีการจัดทำโครงการร่างงานวิจัยในงานประจำ ประมาณ 10-15 เรื่องต่อปี
เมื่อทำการสำรวจพบว่า บุคลากรยังขาดทักษะในการทำงานวิจัยในงานประจำ
และต้องการการทำงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น
จึงได้จัดทำโครงการพัฒนานักวิจัยในงานประจำในบุคลากรพยาบาลขึ้น
ในการประชุมครั้งนี้จะทำให้บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะในการทำวิจัย
มีการพัฒนาโครงร่างงานวิจัยในงานประจำของบุคลากรทางการพยาบาล
และมีการพัฒนางานประจำ
โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 2 ก.ค.52

การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
การ ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาและ
ผลกระทบตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพ
และได้ขยายสู่ลูกหลานเยาวชนอนาคตของชาติมากขึ้นจนน่าเป็นห่วง
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องพร้อมใจกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ฟื้นฟูคุณค่าสิ่งดีงามในสังคม เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ
ต่อไป และสืบเนื่องจากมติ ครม.เห็นชอบให้ "วันเข้าพรรษา" เป็น
"วันงดดื่มสุราแห่งชาติ"
เพื่อให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมอันดีงามในการตั้งสัจจะอธิษฐาน ในการ ลด ละ
เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการรักษาศีล 5 เมื่อถึงช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
ตลอดระยะเวลา 3 เดือนและจังหวัดอุบลราชธานี
กำหนดการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ปี 2552 ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม
2552 ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2552
เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
เดินทางมาเที่ยวชมงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจำนวนมาก นายชวน
ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี
ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งต่อ
คุณภาพชีวิตของบุคคล เศรษฐกิจและสังคม
จึงได้จัดทำโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2552
เพื่อเชิญชวนให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ลด ละ เลิก เหล้า
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวงและถวายเป็นพุทธบูชา
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ดังนี้ 1.
ในระดับหมู่บ้าน
จัดให้มีแบบแสดงความจำนงงดเหล้าเข้าพรรษาพร้อมกันทั้งจังหวัด
จากนั้นให้ทุกหมู่บ้านรวบรวมรายชื่อและแบบสรุปการแสดงความจำนงงดเหล้าเข้า
พรรษา ให้อำเภอทุกแห่ง สรุปและรวบรวมเป็นภาพรวมของจังหวัดอุบลราชธานี 2.
ส่วนภาคราชการทุกแห่งในจังหวัดได้ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
และเชิญชวนให้บุคลากรในองค์กรแสดงความจำนงงดเหล้าเข้าพรรษา 3.
กำหนดการจัดงาน "รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา" และ "จัดพิธีปฏิญาณตนงดเหล้า
เข้าพรรษา" ในระดับจังหวัด ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552 ณ
บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก
ฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย
ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี
ซึ่งมีการจัดนิทรรศการเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดเหล้าเข้า
พรรษา โดยกำหนดให้ผู้ร่วมงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี
2552 จากทุกภาคส่วนจากสถาบันการศึกษา ภาคราชการ ภาคีเครือข่าย
อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชนทั่วไป ร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ไปยัง
4 มุมเมือง เพื่อสร้างกระแสสังคม ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สร้างจิตสำนึกใหม่ให้เยาวชน นำไปสู่การปลอดอบายมุขในจังหวัดอุบลราชธานี
ต่อไป

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

1 กค นี้ ดีเดย์อุบลราชธานีเปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )

1 กค นี้ ดีเดย์อุบลราชธานีเปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี พร้อมแล้วที่จะเปิดดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขแบบผสมผสานได้อย่างสะดวกและมี
ประสิทธิภาพสูงสุด ดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด เริ่ม 1 กรกฏาคม 2552
นี้ นายวุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จากนโยบายของ รัฐบาลในการจัดตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )
มุ่งเน้นการให้บริการเชิงรุกในชุมชน การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของภาระโรคที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อและ
โรคเรื้อรังดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกว่าโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล ต้องมีเตียงรับผู้ป่วยไว้รักษาตัว ต้องมีแพทย์/พยาบาล
จำนวนมากในการให้บริการ จึงควรเน้นภาพลักษณะของ รพ.สต. ที่เหมาะสม คือ "
เป็นหน่วยบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน
ที่เน้นการให้บริการเชิงรุกด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
รวมทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนที่รับผิดชอบ
โดยมีประชากรกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ นอกเหนือจากประชากรทั่วไปในพื้นที่
คือ กลุ่มผู้พิการทุพลภาพ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์
หญิงหลังคลอดและเด็กแรกเกิด รวมทั้ง กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
โดยการปฏิบัติงานจะเน้นการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้อง
ถิ่นในการเยี่ยมบ้าน
การเสริมสร้างศักยภาพของครอบครัวและผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพของตนเอง
การดูแลอย่างต่อเนื่อง และการใช้เตียงที่บ้านผู้ป่วยแทนเตียงโรงพยาบาล (
HOME WARD )" นายวุฒิไกร กล่าวต่อไปว่า
การดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จะเป็นการยกระดับศักยภาพของสถานีอนามัย/ศูนย์สุขภาพชุมชน
ซึ่งเป็นหน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิในระดับตำบลโดยมุ่งให้มีคุณลักษณะสำคัญ
กล่าวคือมีขอบเขตการดำเนินงานบริการสาธารณสุขแบบผสมผสาน
รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชนและสังคม
โดยมีจุดเน้นคือ การดำเนินงานในเชิงรุก
การบริการอย่างต่อเนื่องและสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา
มีความเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการดำเนินงานของชุมชน
ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจังหวัดอุบลราชธานี
พร้อมแล้วที่จะเปิดดำเนินการให้บริการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน
32 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2552 เป็นต้นไป
...............สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี... รสสุคนธ์ มณฑา
ข่าว/พิมพ์

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สปสช.จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

สปสช.จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์

สำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี
พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อยกระดับการรักษา
และร่นเวลาให้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาในการฉายแสงนับชั่วโมงเหมือนแต่ก่อน
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วยิ่งขึ้น นพ.พงศธร ศุภอรรถกร
รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจวิชาการ ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี
กล่าวถึงการพัฒนาการรักษาของศูนย์มะเร็งอุบลราชธานีว่า
ทางศูนย์ได้พัฒนาการใส่แร่ด้วยเครื่องใส่แร่อิเรเดียม-192 มาใช้ตั้งแต่ปี
2550 หลังพบในพื้นที่รับผิดชอบคือ อีสานตอนล่าง
มีผู้ป่วยมะเร็งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี
ซึ่งพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในโลก
และการรักษาแบบเก่า
ทั้งการผ่าตัดและการฉายรังสีเพื่อควบคุมก้อนมะเร็งไม่ให้เติบโต
กินเวลาครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้รักษาผู้ป่วยได้ในจำนวนน้อย
ผู้ป่วยต้องรอคิวนาน ทำให้เซลล์มะเร็งรุกลามและยากต่อการรักษา
แต่เมื่อหันมารักษาด้วยการใส่แร่อิเรเดียม
โดยการสอดสายแร่ตรงไปยังจุดที่เกิดมะเร็งในอัตราการฉายรังสีสูงมาก
ช่วยร่นเวลาจาก 1 ชั่วโมง เหลือ 10 นาที
ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทรมานกับการรักษา
ซึ่งการให้บริการนี้ได้ครอบคลุมมายังผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้สิทธิบัตรทองของ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
สามารถรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากปกติ หากไม่มีสิทธิบัตรทอง
หรือสิทธิข้าราชการก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อครั้ง
สำหรับศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี เป็น 1 ใน 7 ศูนย์มะเร็งภูมิภาค
ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้น
เพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นสาเหตุอันดับ 1
ที่คร่าชีวิตประชากรไทยไปในแต่ละปี
ซึ่งศูนย์มะเร็งอุบลราชธานีดูแลประชากรกว่า 11 ล้านคน ในพื้นที่ 9
จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ
สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กรมวิชาการเกษตรจับมือ ม.อุบลฯ วางระบบผลิตพืชผลแห่งชาติ

อุบลราชธานี - กรมวิชาการเกษตรจับมือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และอีก 3
มหาวิทยาลัยชั้นนำ ประชุมวิชาการวางระบบเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 5 หัวข้อ
"พลังงานทดแทนและความมั่นคงทางอาหารเพื่อมนุษยชาติ"
หลังนักวิชาการเป็นห่วงเกษตรกรมีการปลูกพืชอาหาร
แต่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน เกรงเกิดการขาดแคลนอาหารของมนุษย์ในอนาคต

วันนี้ (24 มิ.ย.) นายสมชาย ชาญณรงค์กุล
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรประธานจัดประชุมวิชาการระบบเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 5
แถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รวมทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
จะเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิชาการด้านการเกษตร
ซึ่งปัจจุบันมีความเป็นห่วงการปลูกพืชใช้เป็นอาหาร

แต่ช่วงหลังมีการส่งเสริมเป็นพืชพลังงานทดแทน
อาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารของมนุษย์ในอนาคต
จึงเริ่มมีการวิจัยและพัฒนาวางระบบการปลูกพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของ
ตลาด ทั้งระบบการทำฟาร์ม ระบบการผลิตแบบครัวเรือน
โดยการวิจัยยึดหลักขบวนการตัดสินของเกษตรกร ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อเชื่องโยงไปถึงการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่
โดยไม่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งในชุมชนในการผลิตพืชด้วย

สำหรับการจัดประชุมระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคมศกนี้
มีนักวิชาการเข้าร่วมเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยายจำนวน 43 เรื่อง
งานวิจัยภาคโปสเตอร์อีก 7 เรื่อง โดยการนำเสนออยู่ภายใต้หัวข้อวิจัยย่อย
6 ข้อ คือ 1.ปัจจัยของผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านอาหารและพลังงาน
2.ระบบเกษตรและการฟื้นฟูทรัพยากร

3.เกษตรยั่งยืนและการปรับตัวของเกษตรกร
4.เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน
5.เศรษฐกิจกับอาหารและพลังงาน 6.เทคนิคและเครื่องมือทางระบบเกษตร

ควันหลง "เสื้อแดงอุบลฯ" ประท้วงสหภาพหยุดเดินรถไฟอ้างคนจนเดือดร้อน

อุบลราชธานี - กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวประท้วงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่หยุดเดินรถคัดค้านการแปรรูปเมิ่อสองวันก่อน
ทำให้คนรากหญ้าที่อาศัยนั่งรถไฟฟรีต้องเดือดร้อน ขู่ทำอีกเจอดีแน่

เช้าวันนี้ (24 มิ.ย.) กลุ่มคนเสื้อแดงชักธงรบประมาณ 100 คน
นำโดยนายธีรภัทร วัชรพล หรือดีเจต้อย
มารวมตัวประท้วงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่หยุดเดินรถประท้วงการแปรรูปเมื่อสองวันก่อน โดยกล่าวโจมตีว่า
การหยุดเดินรถทำให้ประชาชนคนยากจนที่อาศัยนั่งรถไฟฟรีที่รัฐบาลจัดให้ไม่
สามารถเดินทางได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปกับรถโดยสารประเภทอื่น
จึงเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ
ทำให้คนเสื้อแดงไม่พอใจออกมาประท้วงสหภาพแรงงานที่สั่งให้พนักงานหยุดเดินรถ
ครั้งนี้ พร้อมประกาศว่าหากสหภาพใช้วิธีหยุดเดินรถ
เพื่อกดดันรัฐบาลแล้วคนจนเดือดร้อนอีก
คนเสื้อแดงจะมาประท้วงกดดันสหภาพรถไฟเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า
สาเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาประท้วงสหภาพแรงงานรถไฟครั้งนี้
มีสาเหตุมาจากสหภาพการรถไฟฯ
เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ประชุมเครือข่ายเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับการระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด
A ( H1 N1 ) แก่หน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
เป็นประธานเปิดการประชุมการเตรียมความพร้อมรับการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธ์ใหม่ 2009 เพื่อให้การดำเนินงานการควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพมีการประสานงานที่มี
ประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งแนวทางการดำเนินงานและข้อมูล
ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากคลินิกเอกชน
โรงพยาบาลเอกชน ศูนย์แพทย์ชุมชน อบต. สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 7
และเทศบาลนครอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุม จำนวน 200 คน
จากสถานการณ์ปัจจุบันของการเกิดโรคติดต่อ
โรคไม่ติดต่อตลอดจนภัยสุขภาพต่าง ๆ มีอัตราเพิ่ม มากขึ้น
แม้จะมีแนวทางการดำเนินเป็นมาตรฐานให้ปฏิบัติ
แต่ลักษณะการดำเนินงานแต่ละหน่วยงานจะต่างคนต่างทำขาดการประสานงานทั้งแนว
ทางการดำเนินงานและข้อมูล จึงทำให้การควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพต่าง ๆ
ยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควรจึงจัดให้มีการประชุมขึ้น
การประชุมในครั้งนี้เป็นการปรึกษาหารือถึงแนวทางในการควบคุมป้องกันโรคไข้
หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอความคิดเห็นในการควบคุมป้องกัน
นอกจากนั้นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้นำสื่อมวลชนเข้าดูห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศซึ่งจัดไว้เพื่อแยก
ผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศโดยเฉพาะ
ซึ่งจะเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่เชื้อได้อีกระดับหนึ่ง
และได้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไรเพื่อเป็นการป้องกันตนเอง
ไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 โดยการล้างมือ ล้างให้ถูก
กินสุก ช้อนกลางตัก ปิดปากไอใส่กระดาษ ทิ้งกระดาษในถังปิด
สวมหน้ากากให้มิดชิด หากคิดว่าจะเป็นหวัด วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์
23/06/2552

---------------------------


รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big
Cleaning Day
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
รพ. สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันที่ 23 มิถุนายน 2552 เวลา
08.30 น. ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี คณะกรรมการ
5 ส. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big
Cleaning Day ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 โดยมีนายแพทย์มนัส
กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นประธาน
โดยมีวัตถุประสงค์ ให้เจ้าหน้าที่
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ทุกคนได้ตระหนัก
ถึงความสำคัญของการดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลให้สะอาด
อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาโรงพยาบาลและการให้บริการที่มีคุณภาพ
ตลอดจนการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งได้ทำ Big Cleaning
Day พร้อมกันในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ นายแพทย์มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี กล่าวว่า
การจัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดใหญ่ หรือ Big Cleaning Day ในครั้งนี้
เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข
เพราะกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดก็เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังมีการระบาด ในขณะนี้
และเป็นการรวมพลังของชาวโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
โดยร่วมกันทำโรงพยาบาลให้สะอาด คงสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ
วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ ศักดา ภาพ งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
23/06/2552

สา'สุขอุบลฯเร่งดำเนินการรณรงค์มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช ๑ เอ็น ๑ )

สา'สุขอุบลฯเร่งดำเนินการรณรงค์มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิดเอ (เอช ๑ เอ็น ๑ )
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
( 21 มิถุนายน 2552 ) นายวุฒิไกร มุ่งหมาย
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวในโอกาสการรณรงค์ทำความสะอาดหน่วยงานซึ่งเป็นอีกมาตรการ
ในการดำเนินการควบคุม
ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ
(เอช ๑ เอ็น ๑ )ว่า
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ ( เอช๑ เอ็น๑
) กำลังขยายตัวไปทั่วโลกและขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานศึกษาและสถานประกอบการ
ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้
มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดธรรมดา
เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน
ร่วมรณรงค์ทำความสะอาดสำนักงาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ประจำวัน
เป็นประจำและต่อเนื่อง
เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน
สำหรับในกลุ่มประชาชนทั่วไป มีวิธีการปฏิบัติตัวในการป้องกันโรค คือ
ควรล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำหรือสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ,
ไม่ใช่แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า
ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น,
ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด,
รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ดื่มน้ำมาก ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,
ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน
โดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น ควรติดตามคำแนะนำอื่น
ๆของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด นายวุฒิไกร กล่าวต่อไปว่า
หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึมและรับประทานอาหารได้
สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ควรใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ , ควรหยุดเรียน หยุดงาน
จนกว่าจะหายเป็นปกติและหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับ
ผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่นหรือใช้กระดาษทิชชูผ้าเช็ด
หน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้
สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 045 - 262692-700
ในวันและเวลาราชการ หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี จัดประชุมพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ร่วมกับ
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลราชวิถี
จัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง แก่แพทย์ พยาบาล
และบุคลากรทางการแพทย์
จากโรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแพทย์นครจำปาสัก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันนี้ (18 มิ.ย.52) ที่ห้องประชุมชั้น 6
อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
นพ.วิศิษฏ์ สงวนวงศ์วาน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี เป็นประธานใน
การจัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง ด้านโสต ศอ นาสิก
ด้านมะเร็งศีรษะ คอ และด้านจอประสาทตา โดยวิทยากรจากโรงพยาบาลราชวิถี
ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์
จากโรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแพทย์นครจำปาสัก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
โดยโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
มีศักยภาพสูงในการให้บริการสุขภาพระดับตติยภูมิและเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทาง
การแพทย์เฉพาะด้านโรคหัวใจและหลอกเลือด ด้านอุบัติเหตุและมะเร็ง
มีแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา
ตลอดสามารถพัฒนาศักยภาพเป็นเครือข่ายการผ่าตัดทางกล้องได้ในเขตภูมิภาคอีสาน
ใต้ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เป็นตัวเชื่อมโยงการพัฒนาเครือข่ายผ่าตัดทางกล้องระหว่างโรงพยาบาลส่วนกลาง
และส่วนภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแขวงจำปาสัก
การจัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านการผ่าตัดทางกล้อง ด้านโสต ศอ นาสิก
ด้านมะเร็งศีรษะ คอ และด้านจอประสาทตา
ในครั้งนี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ก่อให้เกิดผลดีต่อแพทย์
พยาบาลและบุคลากร ในส่วนภูมิภาคเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะภาคอีสานที่จะได้รับความรู้จากการบรรยายและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่
เหมาะสมเฉพาะทาง วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ ศักดา ภาพ 18/06/2552
Add starShareShare with noteEmail

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.อุบลฯ จับมือองค์กรท้องถิ่นสกัดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

อุบลราชธานี- โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
2009 โดยรับเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในอีสานใต้ใช้กักกันโรค
เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยได้ทันที

เมื่อบ่ายวันนี้ (19 มิ.ย.) นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
ประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่า 1,000
เตียง และมีหอพักใช้ควบคุมโรคติดต่อร้ายแรงอาทิ โรคไข้หวัดนก
และโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
รับหน้าที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในอีสานใต้
พร้อมรับการส่งต่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้ทันที

ปัจจุบันโรงพยาบาลมีหอพักควบคุมโรคติดต่อพระวอพระตา
มีห้องพักผู้ป่วยในระยะกักกันโรคเด็ดขาด
ซึ่งผู้ป่วยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญจำนวน 2 ห้อง
และมีห้องพักฟื้นผู้ป่วยที่พ้นขีดอันตรายที่ญาติสามารถเข้าเยี่ยมดูอาการได้
5 ห้อง และวันนี้ที่หอพักดังกล่าว
ได้รับผู้ป่วยเป็นสตรีชาวจังหวัดอุบลราชธานี
มีอาการต้องสงสัยติดโรคไข้หวัดนกเข้ามากักกันโรคจำนวน 1 ราย
โดยจะทราบผลจากการตรวจวิเคราะห์จากห้องแล๊ปว่าป่วยเป็นโรคดังกล่าวจริงหรือ
ไม่ภายในเช้าวันพรุ่งนี้

สำหรับผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ยังไม่มีปรากฏในพื้นที่อีสานตอนใต้

เมืองดอกบัวพร้อมโชว์อลังการ์งานแห่เทียนพรรษา

อุบลราชธานี-จังหวัดอุบลราชธานีแถลง ข่าวจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
แสดงปะติมากรรมเทียนนานาชาติ เอเชียและยุโรป
ส่วนผู้ชื่นชอบชมต้นเทียนโบราณสามารถเดินทางมาชมล่วงหน้าได้ 2 วัน ที่
อ.พิบูลมังสาหาร
ก่อนร่วมชมความอลังการงานเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์และแกะสลักในวันที่ 8
กรกฎาคม

เมื่อเร็วๆ นี้ นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 2
สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี และสำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร
แถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552
ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคมศกนี้

งานดังกล่าวจะมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมทันต่อยุคสมัย
แต่การจัดทำต้นเทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี
ช่างทำต้นเทียนพรรษายังเน้นนำพุทธชาดกของพระพุทธศาสนาเป็นตัวเล่าเรื่องราว
บนลวดลายเนื้อเทียนพรรษาที่ช่างจัดทำขึ้น
และยังมีการแสดงปะติมากรรมเทียนนานาชาติ โดยฝีมือศิลปิน 9 ชาติ
ประกอบด้วย ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ชิลี บัลแกเรีย โรมาเนีย
ฮังการี และเบลารุส
เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำต้นเทียนพรรษาระหว่างวันที่ 23
มิถุนายนถึงวันที่ 1
กรกฎาคมที่บริเวณลานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนขบวนเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ และแกะสลัก
รวมทั้งขบวนฟ้อนรำนำต้นเทียนกว่า 40 ขบวน
จะเริ่มเคลื่อนขบวนแห่ไปรอบตัวเมืองในวันที่ 8 กรกฎาคม

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 5-6
กรกฎาคมนักท่องเที่ยวที่สนใจชมการจัดทำต้นเทียนแบบโบราณ
สามารถมาเที่ยวชมได้ล่วงหน้าที่อำเภอพิบูลมังสาหาร
โดยสำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารร่วมกับชุมชนจัดทำต้นเทียนแบบโบราณให้
ชมถึง 26 ต้น ณ บริเวณลานน้ำตกแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหารด้วย

นครอุบลฯ มอบเงินสนับสนุนงานแห่เทียนพรรษา

อุบลราชธานี - เทศบาลนครอุบลราชธานี
มอบเงินสนับสนุนการจัดทำต้นเทียนพรรษาและขบวนฟ้อนรำ ยึดหลักทำพอเพียง
เน้นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น คาดตลอดการจัดงานมีรายได้ไม่น้อยกว่า
50 ล้านบาท

วันนี้ (15 มิ.ย.) เทศบาลนครอุบลราชธานี
จัดมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษาประจำปี พ.ศ.2552
โดยนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี
เป็นผู้มอบเงินสนับสนุนการจัดทำต้นเทียนพรรษาของคุ้มวัดต่างๆ
ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม โดยต้นเทียนขนาดใหญ่ได้รับเงินสนับสนุนต้นละ 70,000
บาท จำนวน 9 ต้น ต้นเทียนขนาดเล็กได้รับเงินสนับสนุนต้นละ 50,000 บาท
จำนวน 11 ต้น ส่วนขบวนฟ้อนรำได้รับเงินสนับสนุนขบวนละ 20,000 บาท จำนวน
18 ขบวน

สำหรับการจัดงานแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552 จังหวัดอุบลราชธานี
กำหนดจัดระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม ภายใต้ชื่องาน "ฮุ่งเฮือง เมืองธรรม
บุญล้ำเทียนพรรษา ปวงประชาพอเพียง"
และนำต้นเทียนพรรษาตั้งโชว์ให้นักท่องเที่ยวชมอย่างใกล้ชิด
รอบสนามทุ่งศรีเมือง วันที่ 8 กรกฎาคม
พร้อมเคลื่อนขบวนแห่ไปรอบเมืองในวันรุ่งขึ้น
โดยต้นเทียนพรรษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะตั้งโชว์ไปจนถึงสิ้นเดือนเดียวกัน

และจังหวัดอุบลราชธานีคาดว่า การ
จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552 แม้ประเทศอยู่ในช่วงเศรษฐกิจขาลง
แต่นักท่องเที่ยวยังให้ความสนใจ
เพราะเป็นงานประเพณีทางศาสนาปีหนึ่งจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว
จึงคาดว่าระหว่างการจัดงาน
จังหวัดจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 50
ล้านบาท

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.อุบล ฯ เตือนภัย อย่ารับประทานขนมปังไม่มีฉลาก เสี่ยงเจอหมดอายุ อันตรายถึงโรคมะเร็ง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สสจ. อุบล ฯ เตือนภัยลูกหลานเด็กเล็ก
หลังพบแม่ค้าในแถบจังหวัดภาคอีสานตอนล่างลักลอบนำขนมปังหมดอายุ มีราขึ้น
หรือขนมปังตกมาตรฐานมาตากแดด
ปาดส่วนที่มีเชื้อราออกแล้วนำมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกมัดเป็นพวง ๆ ขายส่ง
เร่ขายตามบ้าน ราคาถูกเพียงถุงละ 1 บาท ชี้อันตรายขนมราขึ้น
เสี่ยงมะเร็งตับ หากพบผู้ขายจะมีความผิด มีโทษปรับไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
จำคุก 3 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า
มีพ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้านแถบจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง นำขนมปังปอนด์ เช่น
แซนวิช ขนมปังแผ่น ทาใบเตย ขนมปังไส้ครีม
ที่ผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา แต่หมดอายุแล้ว มีราขึ้น
หรือขนมปังกรอบไส้ครีมที่ตกเกณฑ์มาตรฐาน
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตได้เปิดประมูลเพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์
แต่มีพ่อค้าดังกล่าวได้ประมูลมา แล้วนำมาตากแดด แล้วจ้างชาวบ้านในชนบท
ตกแต่งโดยตัดส่วนที่มีเชื้อราขึ้นออก แล้วนำมาบรรจุใส่ในถุงพลาสติกเล็ก ๆ
มัดเป็นพวง ๆ พวงละ 12 ถุง แล้วนำมาขายส่งในตลาดสด ราคาพวงละ 9 บาท
ให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย
นำไปขายปลีกในหมู่บ้านหรือตระเวณเร่ขายให้เด็กๆ ตามหมู่บ้านในชนบท
ราคาถุงละ 1 บาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว เป็นเรื่องมีความเสี่ยงมาก
เนื่องจากผู้ที่ซื้อขนมประเภทดังกล่าวมักเป็นเด็ก ๆ
ที่ไม่รู้ถึงพิษภัยอันตราย
การปาดเอาส่วนที่เป็นเชื้อราออกและกินส่วนที่เหลือ
เป็นการเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษจากเชื้อราได้
ซึ่งหากเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษ สารพิษก็จะซึมไปที่ด้านล่าง
หรืออยู่รอบ ๆ จุดที่ขึ้น สารพิษจากเชื้อราบางชนิดมีพิษสูงมาก
การได้รับในปริมาณน้อย ๆ มีผลทำให้สารพิษสะสมในร่างกาย
เป็นสาเหตุให้เกิดเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งตับ รวมถึงอาหารที่หมดอายุ
มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ เช่นกัน
ทั้งนี้ลักษณะของขนมหมดอายุแล้วนำมาแบ่งบรรจุใหม่
ขนมปังที่ผ่านการตกแต่งตัดส่วนที่เชื้อราขึ้นออกไปนี้ สังเกตได้ง่ายๆ
ได้แก่ ไม่มีฉลากอาหารหรือมีฉลากที่ไม่ถูกต้อง เช่นไม่มีเครื่องหมาย อย.
ไม่มีรายละเอียดสถานที่ตั้งของผู้ผลิต เป็นต้น ซึ่งข้อมูลบนฉลาก
จะช่วยให้สืบหาผู้กระทำผิด เพื่อรับผิดชอบต่อผู้บริโภคได้
หากประชาชนพบเห็นขนมเหล่านี้ อย่าซื้อให้ลูกหลานกินอย่างเด็ดขาด
และขอความร่วมมือให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
หรือแจ้งผ่านสถานีอนามัยใกล้บ้าน หรือ อสม.
เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
โดยผู้ขายมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร มีโทษปรับไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค พิมพ์ รสสุคนธ์ มณฑา ส่งข่าว

สสจ.อุบลฯเชิญชวนประชาชนร่วมงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ร่วมกับคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งจังหวัดอุบลราชธานี
จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน 2552 นี้
เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการจัดบริการสาธารณสุขตามโครงการคาราวานบริการสุขภาพเคลื่อนที่
เป็นโครงการบูรณาการงานใน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
โดยเน้นการดำเนินการเชิงรุกถึงหมู่บ้าน/ชุมชน
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด พบว่า
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
ซึ่งได้มีการดำเนินการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมถึง เมษายน 2552
รวม 4 เดือน มีจำนวนโลหิตที่ได้รับทั้งหมด 19,991 Unit
โลหิตทั้งหมดที่สามารถใช้ได้สุทธิ 18,878 Unit
สามารถจ่ายโลหิตให้แก่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 11,770 Unit
โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัด จำนวน 2,314 Unit
โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 113 Unit
ศูนย์มะเร็ง/โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี 264 Unit
และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 4,417 Unit นายแพทย์วุฒิไกร
กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนให้ได้ 100%
และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งยังเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตประจำ
เพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตใหม่และสนับสนุนให้เป็นแบบอย่างของผู้มีสุขภาพดี
ในปี 2552 นี้ จึงได้กำหนดจัดงานวัน ผู้บริจาคโลหิตโลก 2552 ขึ้น
โดยมีการกำหนดสโลแกนงานวันผู้บริจาคโลหิต ในภูมิภาคนี้ คือ " 100%
Voluntary. Non - Remunerated Blood Donation "
โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 -
14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 และ 2 อาคาร ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม
ผู้บริจาคโลหิตใหม่และผู้บริจาคโลหิตประจำ กลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ที่มีอายุระหว่าง 18 - 70 ปี
โดยผู้บริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี
2009 สำหรับ ผู้บริจาคโลหิตครั้งที่ 16,36,50,75,96,170
จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตในวันดังกล่าว
เพื่อเกิดประโยชน์ในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ต่อไป
........สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

สสจ.อบ.ร่วมกับสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีจัดกิจกรรมป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีขนส่งจังหวัด
อุบลราชธานี ได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 "
เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้สถานีขนส่ง มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1
เอ็น 1 และมีพฤติกรรมอนามัยที่ดี ป้องกันตนเองจากการระบาด
และส่งเสริมมาตรการป้องกันการระบาดด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ (
10 มิถุนายน 2552 ) นายชวน ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวใน โอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 " ณ
สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี ว่า
ในโอกาสที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้
เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนและหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการช่วยเหลือประชาชน
ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ
ในการช่วยกันป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีและต่างจังหวัด
ที่มาใช้บริการที่สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีในโอกาสต่อไป
อย่างไรก็ตามขอฝากให้มีกิจกรรมการให้ความรู้และการสร้างกระแสในเรื่องดัง
กล่าวอย่างต่อเนื่อง
เพราะสถานการณ์ในภาพรวมแล้วยังปรากฏมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนได้ช่วยกันอย่างจริงจัง
เพื่อภาพลักษณ์และเพื่อสุขภาพของประชาชนที่ดีต่อไป นายแพทย์วุฒิไกร
มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
ตามที่มีรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น
1 หรือชื่อย่อว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ประชาชนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศยกระดับการเตือนการระบาดเป็นระดับ 5 คือ
มีการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากคนสู่คน เป็นกลุ่มใหญ่และหลายกลุ่ม
อย่างน้อย 2 ประเทศในภูมิภาคเดียวกันและได้พบมีการระบาดในแถบภูมิภาคเอเซียรวมทั้งใน
ประเทศไทย สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2552
ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2552 ( วันที่ 9 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย )
พบผู้ป่วยรายงานอย่างเป็นทางการใน 73 ประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 25,288 ราย
เสียชีวิต 139 ราย
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น
1 จำนวน 13 ราย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคให้เป็น
ไปอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009"
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้สถานีขนส่ง มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1
เอ็น 1 และมีพฤติกรรมอนามัยที่ดี
ป้องกันตนเองจากการระบาดตลอดจนส่งเสริมมาตรการป้องกันการระบาดด้านการจัดการ
อนามัยสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้มีคณะ/บุคคล
เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่
/พนักงานจากสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.
) รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 300 คน
โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ( นายชวน ศิรินันทพร
)ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี
ประกอบด้วยกิจกรรมการมอบอุปกรณ์การทำความสะอาดและหน้ากากอนามัย
มอบสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรค
ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ให้กับผู้แทน/เจ้าหน้าที่/พนักงานประจำรถและอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม. )
การสาธิตการสวมหน้ากากอนามัย
มอบหน้ากากอนามัยให้กับพนักงานพร้อมผู้โดยสารบนรถประจำทางและสาธิตการทำความ
สะอาดบริเวณสถานีขนส่งต่อไป
.......................สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ...............
รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวอุบลฯ ตบเท้าต้านจังหวัดหมกเม็ดดันสร้างโรงไฟฟ้าพลังแกลบ

อุบลราชธานี - ชาวบ้าน 4 หมู่บ้านในอำเภอสว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี
ตบเท้าประท้วงไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้แกลบเป็นพลัง หลังราชการงุบงิบ
ตั้งคณะทำงานดันให้ชาวบ้านเห็นด้วย
ทั้งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้การขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าไม่ถูกต้องครบถ้วน
ได้ข้อสรุปโละคณะทำงานชุดเก่าทิ้ง
ตั้งนักวิชาการตัวแทนชาวบ้านและราชการทำงานร่วมกัน
เพื่อชี้ชะตาเอาหรือไม่เอาโรงไฟฟ้าแห่งนี้


เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (11 มิ.ย.)
ที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มีชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน 2 ตำบล
ของอำเภอสว่างวีระวงศ์ ประมาณ 100 คน นำโดย น.ส.สดใส สร่างโศรก
แกนนำชาวบ้านคำสร้างไชย หมู่ 17
ได้มาเรียกร้องให้จังหวัดยุติการสนับสนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้แกลบเป็น
พลังงานของ บริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด ซึ่งจะสร้างโรงไฟฟ้ากำลังผลิต
9.9 เมกกะวัตต์ในพื้นที่ 200 ไร่ ริมถนนระหว่างบ้านคำนกเป้า-บ้านคำโพธิ์
และตั้งอยู่ใจกลางชุมชนบ้านคำสร้างไชย
ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และพากันประท้วงมาตลอด

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา
กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีว่า
การขออนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าของบริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด
ไม่ถูกต้องครบถ้วน
และให้ผู้ขอใบอนุญาตแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขอตั้งโรงไฟฟ้ารวม
14 ข้อ ต่อมาจังหวัดได้มีการตั้งคณะทำงานจำนวน 11 คน
พร้อมจัดประชุมหารือเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

ปรากฏว่า คณะทำงานที่เป็นตัวแทนราชการถึง 10 คน และตัวแทนชาวบ้าน
1 คน มีความเห็นจัดทำประชาคมหาข้อสรุปควรสร้างหรือไม่สร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ในวัน
ที่ 18 มิ.ย. โดยไม่มีการให้ข้อมูลกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเห็นว่า
เป็นการทำงานแบบรวบรัดเอาใจนายทุน และผลักดันให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าให้ได้
จึงพากันออกมาประท้วง

ต่อมา นายกรณ์ มาตย์นอก
ป้องกันจังหวัดได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าหารือในห้องประชุมร่วมกับหน่วยงาน
ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของจังหวัด
โดยก่อนการหารือตัวแทนชาวบ้านนำวีซีดีที่ได้ไปถ่ายทำ
พร้อมสอบถามผลกระทบจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าของบริษัทดังกล่าว
ที่ จ.ร้อยเอ็ดมาฉายให้ผู้ร่วมประชุมดู
เพื่อแสดงให้เห็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อพืชผลทางการเกษตร
ตลอดจนความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ต้องอยู่กับฝุ่นละอองมานานหลายปี
โดยไม่ได้การแก้ไขช่วยเหลือ
จึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านออกมาต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลครั้งนี้

หลังการหารือร่วมระหว่างตัวแทนภาคราชการ และตัวแทนชาวบ้านจาก 4
หมู่บ้าน ได้ข้อสรุปคือ ยกเลิกคณะทำงานชุดเก่าที่มีแต่ตัวแทนภาคราชการ
และยังไม่ทำประชาคมหมู่บ้านหาข้อสรุปที่คณะทำงานชุดเก่ากำหนดไว้ในวันที่
18 มิ.ย. แต่จะมีการตั้งตัวแทนจาก 3 ฝ่ายเข้ามาร่วมกันเป็นคณะทำงาน
ประกอบด้วย ตัวแทนนักวิชาการที่เป็นกลาง
ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 4 หมู่บ้าน และตัวแทนภาคราชการ
เพื่อมาออกแบบกระบวนการทำประชาคม
แล้วให้ชาวบ้านร่วมกันตัดสินใจจะให้สร้างหรือไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ต่อ
ไป โดยคณะทำงานชุดใหม่จะตั้งขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้
ทำให้ชาวบ้านพอใจพากันสลายตัวไปในบ่ายวันเดียวกัน

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ขนส่งอุบลฯ ป้องกันนักท่องเที่ยวติดหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่

อุบลราชธานี - สำนักงานสาธารณสุขร่วมกับสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะจังหวัดอุบลราชธานี
รณรงค์ทำสถานีขนส่งสะอาด
พร้อมให้ความรู้พนักงานถึงวิธีป้องกันการแพร่เชื้อโรคระหว่างผู้โดยสาร
และเน้นตรวจค้นเฝ้าระวังรถโดยสารกลุ่มเป้าหมายแล่นระหว่างประเทศและเมือง
พัทยา หลังมีรายงานพบนักท่องเที่ยวได้รับเชื้อเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองดัง
กล่าว

วันนี้ (10 มิ.ย.) นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข
และสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะจังหวัดอุบลราชธานี
รณรงค์สถานีขนส่งสะอาดป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ทั้งนี้ เน้นทำความสะอาดภายในตัวอาคารสถานีขนส่งไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
ให้ความรู้แก่พนักงานถึงการป้องกันการรับเชื้อโรค
และให้พนักงานร่วมสร้างจิตสำนึกแก่ผู้โดยสารที่มีอาการป่วย
ต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างนั่งรถ
เพื่อไม่แพร่เชื้อโรคสู่ผู้โดยสารคนอื่น

การรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ยังเน้นไปในกลุ่มรถโดยสารที่วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย-ลาว
และรถโดยสารสายอุบลราชธานี-เมืองพัทยา
ซึ่งมีรายงานพบนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันที่เดินทางกลับประเทศ
ได้รับเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หลังเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา
จึงได้เน้นรณรงค์กับกลุ่มรถโดยสายดังกล่าว
เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังไม่ให้ผู้โดยสารที่อาจติดเชื้อนำมาเผยแพร่ในพื้นที่
ของจังหวัด ปัจจุบันสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
มีการเดินรถระหว่างประเทศไทย-ลาววันละ 2 เที่ยว
และอุบลราชธานี-เมืองพัทยามีวันละ 5 เที่ยว

สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี
เมื่อเดือนพฤษภาคมมีรายงานพบคนงานชายที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้
มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่คล้ายอาการโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่หลังแพทย์ตรวจเพาะเชื้อพบเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมเท่านั้น

"พล.อ.สุรยุทธ์"ตามโครงการบ้านมั่นคงแก้ปัญหาวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำมูล

อุบลราชธานี-พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี
ติดตามโครงการปรับปรุงแก้ไขวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำมูล
หลังได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำของเทศบาลนครอุบลราชธานี
ซึ่งชาวชุมชนยื่นหนังสือร้องเรียนไว้เมื่อ 2 ปีก่อน
ปัจจุบันชาวชุมชนได้รับการพัฒนาจนมีชีวิตความอยู่ดีกว่าอดีตมาก

วันนี้( 8 มิ.ย.)พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี เยี่ยมดูโครงการบ้านมั่นคง
ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เข้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวชุมชนริมแม่น้ำมูลจำนวน 5 ชุมชน รวม 59
ครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำและทำถนนเลียบแม่น้ำมูล
ของสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี
เพราะก่อนการแก้ไขราษฎรอาศัยอยู่ในบ้านที่มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี
ซึ่งมีผลมาจากการถมดินยกระดับของโครงการดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550
ชาวชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
ซึ่งขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สุรยุทธ์ได้หาทางช่วยเหลือ
โดยนำเงินบริจาคของเอกชนและงบประมาณสนับสนุน จากหน่วยงานภาครัฐจำนวน 45
ล้านบาทเศษ ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูลที่ได้รับผลกระทบจาก
โครงการทั้งหมด

การดำเนินงานเบื้องต้น มีการเจรจาให้เทศบาลนครอุบลราชธานี
ลดขนาดถนนให้มีความกว้างน้อยลง
เพื่อให้ชาวชุมชนได้อยู่อาศัยในที่เดิมได้ต่อไป
ต่อมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้เข้ามาจัดวางระบบพัฒนาสาธารณูปโภค
ปรับสภาพแวดล้อมชุมชน และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ในที่ดินเดิม
ทำให้ปัจจุบันชาวชุมชน
ที่เคยได้รับผลกระทบมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอดีตอย่างมาก

พล.อ.สุรยุทธ์ได้กล่าวฝากถึงโครงการแก้ไขปัญหาให้คนตามชุมชนเลียบแม่
น้ำมูลว่า ขอให้คนชุมชนริมแม่น้ำมูลรักษาความเป็นสังคมของคนริมมูล
ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
เพราะเราจะมองข้ามปัจจัยทางธรรมชาติไม่ได้
จึงต้องสร้างบ้านใต้ถุนสูงเผื่อช่วงน้ำหลากเกิดน้ำท่วม
ชาวชุมชนต้องตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ เรื่องที่สองคือการรักษาภูมิทัศน์
เพราะจุดนี้คือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เมืองอุบลราชธานี

ทำอย่างไรที่จะรักษาภูมิทัศน์บริเวณนี้
ให้เป็นตัวอย่างของจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงการฟื้นฟูอย่างที่เห็นอยู่ขณะ
นี้ เพราะควรจะเป็นตัวอย่างให้ที่อื่นได้ต่อไป
เพียงให้ชุมชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแก้ไขด้วยเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ปัจจุบันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ยังเข้าแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่อยู่อาศัยระหว่างหน่วยงานรัฐกับชาวชุมชน
รวมทั้งดำเนินการพัฒนา
ปรับปรุงยกระดับคุณภาพชีวิตตามโครงการบ้านมั่นคงให้กับ 14 ชุมชน จำนวน
974 ครัวเรือน 3,896 รายในจังหวัดอุบลราชธานี
และมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ให้ชาวชุมชนวัดหลวง ชุมชนกุดคูณ
ชุมชนเยาวเรศ 1 และ 2 เช่าที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในราคาถูกตารางวาละ 25
สตางค์เป็นเวลา 30 ปี โดยมีนายอิสสระ สมชัย
รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นสักขีพยานในวันนี้ด้วย

จับ "อ๋อย ทองยาได" นักค้าของเถื่อนรายใหญ่อุบลราชธานี

อุบลราชธานี-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานี อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
บุกรวบตัวนายสุปัญญา กุลไชยกุล หรือ "อ๋อย ทองยาได"
หัวหน้าแก๊งปล่อยเงินกู้ ค้าของเถื่อนรายใหญ่
หลังเฝ้าดูพฤติกรรมตั้งต้นเป็นมาเฟีย พร้อมยึดของกลางทั้งอาวุธปืน ยาบ้า
รถยนต์ รถจักรยานยนต์ได้จำนวนมาก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้(6 มิ.ย.)พ.ต.อ.อภิศักดิ์ เดชะคำภู
ผกก.สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุมนายสุปัญญา หรือ "อ๋อย
ทองยาได" กุลไชยกุล อายุ 35 ปี ขาใหญ่หัวหน้าแก๊งค้ายาบ้าและขโมยรถยนต์
รถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศลาว โดยมีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 11/13
ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
แต่มาเปิดร้านขายเนื้อย่างเกาหลีบังหน้าที่บ้านเลขที่ 16 ถ.เทศบาล 13
ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ โดยให้นางสุชาวดี ยานารัมย์ ภรรยาเป็นผู้ดูแล

จากการจับกุมนายการันต์ หรือโอม กอบสุข อายุ 26 ปี
นักค้ายาบ้าพร้อมของกลางรถยนต์พาหนะใช้ขนส่งยาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน
มา และทราบว่านายการันต์เป็นหนึ่งในกลุ่มค้ายาบ้าที่มีนายสุปัญญาเป็นหัวหน้า
เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าประกบติดตามดูพฤติกรรมนายสุปัญญา และเมื่อค่ำวันที่ 5
มิถุนายนได้ส่งสายเข้าไปล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาและภรรยาจำนวน 20 เม็ด

เมื่อนายสุปัญญาหลงกล
จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุมได้พร้อมลูกน้องเป็นชายอีก 5 คน
ยึดรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยมาซุกซ่อนอยู่หลังร้าน 6 คัน รถยนต์เก๋ง
และรถยนต์กระบะอย่างละ 1 คัน อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .38 กระสุนปืน 8
นัด เงินสดใช้ล่อซื้อ 4,900 บาท
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)
ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอาวุธปืน
อ้างว่าได้รับจำนำไว้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีรวม 3
ข้อหา

สำหรับพฤติกรรมของนายสุปัญญา หรือรู้จักดีในวงการว่า "อ๋อย
ทองยาได" เป็นบุคคลเป้าหมายรายสำคัญที่เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพฤติกรรมาตลอด
เพราะเป็นกลุ่มค้าอาวุธปืนเถื่อน ค้ายาเสพติด
และส่งรถโจรกรรมไปขายในประเทศลาว รวมทั้งปล่อยเงินกู้นอกระบบ
หากผู้กู้เงินไม่ชำระเงินกู้ตามนัด จะถูกข่มขู่คุกคามทำร้ายร่างกายด้วย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้จับกุมนายเคล็ด และนายนุ (นามสมมติ)
วัยรุ่น 2 พี่น้องอายุ 16 และ 17 ปี
ซึ่งก่อคดีใช้เท้าถีบชิงรถจักรยานยนต์จากผู้เสี

"อิสสระ" ยันไม่ติดยึดตำแหน่งหลังผลสอบปลากระป๋องเน่า "วิฑูรย์" ไม่ผิด พร้อมคืนเก้าอี้

อุบลราชธานี -นายอิสสระ สมชัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เผยพร้อมคืนตำแหน่งให้ นายวิฑูรย์ นามบุตร หลังผลสอบปลากระป๋องเน่าไม่ผิด
เพราะถือเป็นรัฐมนตรีส้มหล่นไม่เคยคิดจะได้เป็นมาก่อน
พร้อมทั้งเร่งผลักดันกฎหมายเอาผิดขอทานให้ทันอายุรัฐบาลนี้

นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เป็นประธานมอบเงินสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจำนวน 511 ราย
คิดเป็นเงินกว่า 763,000 บาท ให้ราษฎรสูงอายุในตำบลเมืองศรีไค
อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมสอบสวนถุงยังชีพที่นำไปแจกชาวบ้านจังหวัด
พัทลุง และมีปลากระป๋องเน่า ว่า ผลการสอบสวนของคณะกรรมสรุปว่า นายวิฑูรย์
นามบุตร อดีต รมว.คนเก่า ไม่มีความผิด

"และถ้า นายวิฑูรย์ ต้องการได้ตำแหน่งคืน
ก็ต้องไปแสดงความประสงค์กับนายกรัฐมนตรีว่า
ท่านต้องการกลับมาเป็นรัฐมนตรี ก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดข้อขัดแย้งในพรรคหรือเปล่า นายอิสสระ
ยืนยันว่า ตนไม่ติดยึดและเคยเรียนนายกรัฐมนตรีไว้แล้วว่า
ถ้าจะเปลี่ยนก็ยินดี ถ้าเห็นควรต้องเปลี่ยนแปลงก็ไม่ขัดข้อง
เพราะไม่เคยคิดจะได้มาเป็นรัฐมนตรีมาก่อนเลย

ขณะเดียวกัน นายอิสสระ
ยังกล่าวถึงการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการเอาผิดขอทาน
ซึ่งเสนอเข้าขอความเห็นชอบกับคณะรัฐมนตรีแล้ว
แต่คณะรัฐมนตรีต้องการให้ปรับปรุงเพิ่มเติมในประเด็นขอทานต้องขอใบอนุญาต
เพราะคณะรัฐมนตรีเห็นว่าสังคมคงรับไม่ได้ที่ขอทานต้องขอใบอนุญาต
พร้อมจะกลายเป็นว่าประเทศยอมรับให้มีขอทานได้
ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว
ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดในยกร่างกฎหมายอยู่
โดยจะทำให้ทันอายุรัฐบาลนี้

ขนส่งอุบลฯคาดประมูลเลขรถสวยครั้งที่ 3 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ

อุบลราชธานี -ขนส่งจังหวัด อุบลราชธานี
นำแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถสวยหมวด "กต" จำนวน 301 เลขหมาย
ให้ผู้สนใจประมูลเป็นเจ้าของ เชื่อเลขมงคล กต 9999 ทำราคาไม่ต่ำกว่า 1
ล้านบาท ตั้งเป้ามีรายได้จากการประมูลครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท
โตสวนกระแสเศรษฐกิจทรุด

วันนี้ (4 มิ.ย.) นายอรรถ ศรีสำรวล
ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
แถลงข่าวการเปิดประมูลแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยครั้งที่ 3
ในหมวดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋ง หมวดอักษร "กต" จำนวน 301 หมายเลข
ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายนศกนี้
โดยตั้งเป้าจะมีประชาชนที่ต้องการเป็นเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยเข้า
ร่วมประมูลแข่งขันมากกว่าทุกครั้ง
และจะมีรายได้จากการเปิดประมูลครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท

สำหรับหมายเลขทะเบียนที่คาดว่าจะทำราคาประมูลสูงสุดไม่ต่ำกว่า 1
ล้านบาท คือ แผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน กต 9999 อุบลราชธานี
เพราะคนไทยถือเป็นเลขมงคล สำหรับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่นำออกมาให้ประมูล
นอกจากเป็นหมายเลขประจำรถที่สวยแล้ว
บนพื้นแผ่นป้ายได้นำภาพสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งรูปต้นเทียนพรรษา ภาพเขียนสีอายุ 4,000 ปี ของผาแต้ม
และภาพเสาเฉลียงโบราณมาสกรีนไว้ด้วย
เพื่อสร้างความแตกต่างจากแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถทั่วไป

นายอรรถ กล่าวอีกว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ได้ทำการประมูล
ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ประมูลได้ การโอนถ่ายไปยังบุคคลอื่น
ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของผู้ประมูลได้เท่านั้น
ส่วนรายได้จากการเปิดประมูลแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยครั้งแรกปี 2548
จังหวัดอุบลราชธานี ได้เงินจากการประมูลทั้งสิ้น 5,846,500 บาท

ส่วนครั้งที่สองปี 2550 มีรายได้ 9,468,055 บาท
ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดประมูลครั้งนี้
จะมีรายได้จากการประมูลไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท โตสวนกระแสเศรษฐกิจประเทศ
เนื่องจากยังมีผู้ต้องการได้แผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยไว้ในครอบครอง

สำหรับเงินที่ได้จากการประมูลเลขรถสวยกรมการขนส่งทางบก
จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ
กปถ.เพื่อจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน
รวมทั้งใช้จัดซื้อเครื่องมือตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ลด
อุบัติเหตุ พร้อมทั้งยังนำเงินไปใช้ฝึกฝนคนตกงานเข้ารับการอบรมฝึกทักษะเป็นพนักงานขับ
รถขนส่งมือทอง เพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุกับรถโดยสารสาธารณะ
และรถบรรทุกรับจ้างทั่วไป รวมทั้งใช้ซื้อรถเข็น ไม้เท้าค้ำยัน แขน
และขาเทียนช่วยผู้พิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.อุบลฯเชิญชวนประชาชนร่วมงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ร่วมกับคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งจังหวัดอุบลราชธานี
จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน 2552 นี้
เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการจัดบริการสาธารณสุขตามโครงการคาราวานบริการสุขภาพเคลื่อนที่
เป็นโครงการบูรณาการงานใน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
โดยเน้นการดำเนินการเชิงรุกถึงหมู่บ้าน/ชุมชน
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด พบว่า
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
ซึ่งได้มีการดำเนินการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมถึง เมษายน 2552
รวม 4 เดือน มีจำนวนโลหิตที่ได้รับทั้งหมด 19,991 Unit
โลหิตทั้งหมดที่สามารถใช้ได้สุทธิ 18,878 Unit
สามารถจ่ายโลหิตให้แก่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 11,770 Unit
โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัด จำนวน 2,314 Unit
โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 113 Unit
ศูนย์มะเร็ง/โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี 264 Unit
และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 4,417 Unit นายแพทย์วุฒิไกร
กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนให้ได้ 100%
และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งยังเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตประจำ
เพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตใหม่และสนับสนุนให้เป็นแบบอย่างของผู้มีสุขภาพดี
ในปี 2552 นี้ จึงได้กำหนดจัดงานวัน ผู้บริจาคโลหิตโลก 2552 ขึ้น
โดยมีการกำหนดสโลแกนงานวันผู้บริจาคโลหิต ในภูมิภาคนี้ คือ " 100%
Voluntary. Non - Remunerated Blood Donation "
โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 -
14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 และ 2 อาคาร ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม
ผู้บริจาคโลหิตใหม่และผู้บริจาคโลหิตประจำ กลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ที่มีอายุระหว่าง 18 - 70 ปี
โดยผู้บริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี
2009 สำหรับ ผู้บริจาคโลหิตครั้งที่ 16,36,50,75,96,170
จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตในวันดังกล่าว
เพื่อเกิดประโยชน์ในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ต่อไป รสสุคนธ์
มณฑา/พิมพ์ข่าว ปุศยาการย์ ธนะพงศ์ชัยภัทร/ส่งข่าว

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฝนมาชาวบ้านเก็บอาหารป่าขายสร้างรายได้ สสจ.เตือนกินเห็ดมั่วถึงตาย

อุบลราชธานี - ชาวบ้านอุบลราชธานี ซึ่งอาศัยอยู่ตามป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน
เก็บของป่าเข้ามาขายในตลาดกันคึกคัก
โดยอาหารจากธรรมชาติทำรายได้ให้ชาวบ้านคนละ 300-500 บาทต่อวัน
ด้านสาธารณสุขเตือนชาวบ้าน ไม่มีความรู้เรื่องเห็ดอย่าเก็บเห็ดมาทำอาหาร
เพราะปีนี้กินเห็ดพิษตายแล้ว 1 ราย

วันนี้ (2 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า
ในพื้นที่มีฝนตกติดต่อหลายวัน ทำให้อาหารป่าหลายชนิดเจริญเติบโตเต็มที่
ชาวบ้านตามป่าชุมชนอาทิ ป่าอนุรักษ์ดงขุมคำ อ.ตระการพืชผล
ป่าชุมชนบ้านท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ ป่าชุมชนบ้านโนนกลาง อ.วารินชำราบ
พากันออกเก็บของป่านำเข้ามาขายในตัวเมือง โดยไข่มดแดง
ซึ่งนิยมนำไปทอดกินกับไข่ทอด หรือเอาไปทำก้อย
ทำลาบมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท

ส่วนอาหารในกลุ่มแมลง เช่น ตัวจิโป่ม ตัวจินูน ร้อยตัว 90 บาท
สำหรับปลานาที่มีทั้งปลาช่อน ปลากดุก มีราคาขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท
ทำรายได้ให้ชาวบ้านที่นำมาจำหน่ายรายละ 300-500 บาทต่อวัน
ส่วนอาหารป่าอีกชนิดที่เป็นที่ต้องการของนักบริโภคอาหารจากธรรมชาติ คือ
เห็ดปลวก เห็ดละโงก ทั้งชนิดขาวและแดง ซึ่งมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ
150-300 บาท ช่วงนี้ยังมีเข้าสู่ตลาดไม่มาก เพราะมีคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า
เมื่อเก็บหาได้ก็นำส่งให้ผู้สั่งซื้อทันที

ขณะเดียวกัน นพ.วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
แนะนำว่า การเลือกซื้อเห็ดไปบริโภคต้องซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีความชำนาญ
สำหรับชาวบ้านที่พบเห็ดตามธรรมชาติ
หากไม่มีความรู้เรื่องเห็ดไม่ควรเก็บนำไปบริโภค
เพราะอาจเป็นเห็ดพิษที่ทำลายระบบการทำงานไต ทำให้ไตวายเสียชีวิตได้
โดยเดือนเมษายนปีนี้มีราษฎร อ.เขมราฐ
เก็บเห็ดพิษทำไปอาหารจนเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061712

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวเดชอุดมประท้วงเทศบาลไม่เอาบ่อขยะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 พฤษภาคม 2552 12:37 น.



อุบลราชธานี - ชาวบ้านและนักเรียนอำเภอเดชอุดม จ.อุบลราชธานีกว่า 200 คน
ประท้วงไม่เอาโครงการสร้างบ่อทิ้งขยะ
หลังเคยร่วมต้านจนเทศบาลต้องหยุดไม่ทิ้งขยะเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
แต่เมื่อได้งบประมาณมากว่า 78 ล้านบาท เริ่มเดินหน้าทำใหม่
ทำให้ชาวบ้านพากันออกมาต้านอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อขยะบ้านกลาง ต.กลาง อ.เดชอุดม
จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านและนักเรียนในหมู่บ้านกว่า 200 คน
ประท้วงไม่ต้องการให้สำนักงานเทศบาลเมืองเดช อ.เดชอุดม
กลับเข้ามาก่อสร้างโรงกำจัดและบ่อขยะมูลค่ากว่า 78 ล้านบาท
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยโครงสร้างเป็นบ่อขยะแบบฝังกลบเนื้อที่ 20 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 108
ไร่

ทั้งนี้ บ่อทิ้งขยะดังกล่าวอดีตเป็นบ่อขยะแบบเปิดไม่มีการกลบฝัง
จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ขยะส่งกลิ่นเหม็น
มีกลุ่มควันจากการเผาขยะลอยไปในอากาศ และทำแหล่งน้ำของชาวบ้านเน่าเสีย

เมื่อเดือนเมษายน 2551 ชาวบ้านตำบลกลาง และตำบลตบหูรวม 6 หมู่บ้าน
ได้รวมตัวประท้วง
จนสำนักงานเทศบาลต้องสั่งปิดบ่อขยะเมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
แต่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา
สำนักงานเทศบาลเมืองเดชได้มาทำประชามติกับชาวบ้าน
พร้อมชี้แจงโครงการก่อสร้างบ่อขยะแบบฝังกลบที่ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 78
ล้านบาท ผลการลงประชามติปรากฏชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างบ่อขยะใน
ที่เดิม เพราะยังเกรงปัญหาด้านมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่เคยประสบมา

แต่มีแนวโน้มสำนักงานเทศบาลเมืองเดชจะใช้หน่วยงานราชการต่างๆเข้ามา
บีบให้ก่อสร้างได้ จึงพากันออกมาประท้วง
เพื่อยืนยันความเห็นของชาวบ้านที่ไม่ต้องการบ่อขยะแห่งนี้
เพราะมีชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคผิวหนังจากการสัมผัสน้ำจากแหล่งทิ้งขยะเป็น
ผื่นคันตามตัว และเชื่อว่าสาเหตุชาวบ้านป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและโรคมะเร็ง
เกิดจากบ่อขยะแห่งนี้ด้วย

ด้าน นายหนูกร ศิริจันทร์ สมาชิก
อบต.บ้านกลางแกนนำชาวบ้านกล่าวว่า
บ่อขยะส่งผลเสียต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
ซึ่งก่อนหน้ามีข้อตกลงจะไม่นำขยะมาทิ้งอีกต่อไปแล้ว
จนกระทั่งได้งบประมาณมาใหม่ ก็จะเข้ามาทำอีก ทำให้ชาวบ้านไม่ยอม
เพราะขัดหลักเกณฑ์การตั้งบ่อขยะหลายประการ
ทั้งที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนเกินไป ไม่มีระบบการกำจัดขยะที่ถูกสุขลักษณะ
สร้างมลภาวะทางอากาศและทางน้ำ

ถ้าสำนักงานเทศบาลเมืองเดชยืนยันจะเข้ามาสร้างบ่อขยะให้ได้
ชาวบ้านก็จะรวมตัวต่อต้านอย่างเข้มข้นต่อไป

ส่วน นายวิทยา เทียมสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเดช
เจ้าของบ่อขยะกล่าวว่า จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า
โครงการสร้างบ่อขยะจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ได้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างดี
สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านมลภาวะเป็นพิษทุกด้าน ทั้งปัญหาแมลงวัน
หรือแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ

สำหรับการจะย้ายสถานที่สร้างบ่อขยะไปพื้นที่อื่น นายวิทยาระบุว่า
เป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้งบประมาณสูง
และต้องมีการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมอีก
แต่สำหรับที่บ่อขยะบ้านกลางมีประสบการณ์การเป็นบ่อขยะมาแล้ว
เพียงจัดวางระบบบริหารจัดการให้ดีกว่าในอดีต ชาวบ้านน่าจะยอมรับได้
ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป
และยังไม่คิดล้มเลิกโครงการสร้างบ่อขยะแม้ถูกต่อต้านอยู่ขณะนี้

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060875

เฟรชชี่ ม.อุบลฯ เดินเท้าเข้าวัดอธิษฐานจิตลดละเลิกอบายมุกทุกชนิด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

อุบลราชธานี- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ร่วมกับนักศึกษารุ่นพี่พานิสิตน้องใหม่ชั้นปี 1 กว่า 3,600 คน
เดินเท้ากว่า 6 ก.ม.เข้าวัดปฏิบัติธรรมร่วมอธิษฐานจิตลดละเลิกอบายมุข
แทนการจัดกิจกรรมรับน้องแบบพิเรนทร์

วันนี้ (31 พ.ค.) ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และคณาจารย์นำนิสิตใหม่ชั้นปีที่ 1 จาก
10 คณะ จำนวนกว่า 3,600 คน เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มุ่งหน้าไปยังวัดหนองป่าพงระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร
เพื่อปฏิบัติธรรมอธิฐานจิตจะลดละเลิกอบายมุกทุกชนิด
โดยเฉพาะเลิกสูบบุหรี่ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก

พร้อมไหว้สักการะอัฐิธาตุของพระโพธิญาณเถระ หรือ หลวงพ่อชา
เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวนักศึกษาเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
และนักศึกษารุ่นพี่ได้ถือเอาการนำนักศึกษาใหม่เข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็น
กิจกรรมรับน้อง แทนการจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักศึกษาใหม่ของรุ่นพี่ที่มีแนว
ความคิดไม่สร้างสรรค์ด้วย

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ยังจัดปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาปริญญาโท
และระดับมหาบัณฑิตปริญญาเอกจาก 8 คณะ 45 หลักสูตร จำนวน 1,298 คน
ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายผลิตบัณฑิต ตามความต้องการของสังคมและท้องถิ่น
เพื่อให้บัณฑิตทั้งหมดใช้ความรู้ไปสร้างความเจริญให้ชุมชนและท้องถิ่นที่ตน
เองอยู่ด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060915

เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงรณรงค์วันปลอดบุหรี่ 3 จังหวัดอีสานใต้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

อุบลราชธานี- เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
จัดรณรงค์พระภิกษุสามเณรงดสูบบุหรี่ เพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้น
พร้อมประกาศให้วัด 171 แห่ง ใน 3 จังหวัดอีสานใต้
เป็นวัดปลอดบุหรี่อย่างเด็ดขาดแล้ว

วันนี้ (31 พ.ค.) ที่วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
พระมหาวรวุฒิ ปญุญาวุฑุโฒ
เลขาธิการเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
พร้อมสมาชิกเครือข่ายได้จัดรณรงค์พระภิกษุและสามเณรไม่สูบบุหรี่ทั้งในและ
นอกวัด และได้ประกาศรายชื่อวัดจำนวน 171 วัด ในเขต 3 จังหวัดอีสานตอนล่าง
คือ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างเด็ดขาดแล้ว

พระมหาวรวุฒิ ยังกล่าวว่า ผลจากการสำรวจความเห็นของประชาชนร้อยละ
80 ต้องการให้พระเณรมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ปราศจากโรคที่เกิดจากบุหรี่
ญาติโยมในเขตที่วัดทั้งหมดตั้งอยู่
ก็จะงดการถวายบุหรี่ให้แก่พระภิกษุสามเณรที่จำพรรษาอยู่ในวัดทั้งหมด

รวม ทั้งเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
ยังตั้งเป้าขยายพื้นที่รณรงค์ให้มีวัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ให้มากยิ่งขึ้นในเขต
ภาคอีสานต่อไปด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061016

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 52

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
วัน ที่ 29 พฤษภาคม 2552 เวลา 08.00 น. น.พ. ,จรัญ ทองทับ
รองผู้อำนวยการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
ประธานเปิดกิจกรรมการเดินรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 52
พร้อมด้วยคณะกรรมการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
อุบลราชธานี ได้จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่ขึ้นเช่นกันในวันศุกร์ที่ 29
พฤษภาคม 2552 ณ พลับพลาเรือนไทย หน้าอาคาร 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ
โดยภายในงานประกอบด้วย การมอบนโยบายโรงพยาบาลปลอดบุหรี่จากผู้บริหาร
พิธีมอบเกียรติบัตรแก่บุคลากรผู้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
นิทรรศพิษภัยของบุหรี่ การเดินและปั่นจักรยานรณรงค์รอบโรงพยาบาล
ตรวจสุขภาพและสมรรถภาพปอด
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลออกหน่วยให้ความรู้เรื่องบุหรี่ที่โรงเรียนปทุมวิทยากร
เป็นต้น ในหน้าที่ของเราชาวสาธารณสุข
รวมทั้งคณะกรรมการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกท่านต้องทำทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน
บำบัดรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว
การส่งเสริมให้มีการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องให้ประชาชนก็เป็น
สิ่งสำคัญ ในการรณรงค์เตือนพิษภัยจากบุหรี่ก็เช่นกัน
เป็นงานที่เราทุกคนทราบกันดีว่าพิษภัยบุหรี่มีมากมาย
หากเราสร้างตระหนักรู้
เตือนภัยให้ประชาชนได้รับรู้จะทำให้ลดภาวะเสี่ยงของโรคอื่นๆ
มากมายทั้งโรคหัวใจ หลอดเลือด มะเร็ง ภูมิแพ้ เป็นต้น
โรงพยาบาลของเราทำงานด้านนี้อย่างต่อเนื่อง มีบุคลากรทุกระดับ
และทุกหน่วยงานให้มีความร่วมมือร่วมใจกันตลอดจนโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ดีเด่น ในปี พ.ศ. 2552 จาก
เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ สสส.
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
และเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ เมื่อ วันที่ 17
มกราคม 2552 สำหรับท่านใดที่ต้องการลด ละ
เลิกบุหรี่สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มงานจิตเวช ชั้น 4
อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
หรือโทรสายด่วน 1600

โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จัดอบรมการสาธิตผ่าตัดรากฟันเทียมพระราชทาน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
จัดการอบรมการสาธิตการผ่าตัดรากฟันเทียมพระราชทาน
เพื่อให้ทันตกรรมแพทย์ในเครือข่ายบริการ
ได้เพิ่มความรู้และประสบการณ์การให้บริการฝังรากเทียมในผู้ป่วยจริง ที่
ห้องประชุมกลุ่มงานทันตกรรม ชั้น 4 อาคาร 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายแพทย์มนัส
กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เป็นประธานเปิดการอบรมการสาธิตการผ่าตัดรากฟันเทียมพระราชทาน
สำหรับโครงการรากฟันเทียมพระราชทาน
เป็นโครงการในความร่วมมือของกระทรวงวิทยาศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุข
ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกีบรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
ระยะเวลาโครงการ 3 ปี จากปีงบประมาณ 2550 ถึง 2552 ดังนั้นสถาบันทันตกรรม
โดยคณะอนุกรรมการการพัฒนาวิชาการ
ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนาวิชาการแก่ผู้เกี่ยวข้อง
ได้กำหนดการประชุมเครือข่ายและจัดอบรมสาธิตการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมและติด
ส่วนยึดฟันเทียมแก่ผู้ป่วยในโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้เพื่อให้ทันตกรรมแพทย์ในเครือข่ายบริการจากจังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดศรีสะเกษ
ได้เพิ่มความรู้และประสบการณ์การให้บริการฝังรากเทียมในผู้ป่วยจริง
วิริยาภรณ์ ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ป่วยไข้เลือดออกเกือบร้อย ซ้ำพบชิคุนกุนยาในทหารเกณฑ์

อุบลราชธานี - สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.อุบลราชธานี
ส่งเจ้าหน้าที่ระดมฉีดยาฆ่ายุงลายในพื้นที่เคยมีผู้ป่วยและพบผู้ป่วยใหม่
เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออก ขณะเดียวกัน
พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาในกลุ่มทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่ 3
จังหวัดชายแดนใต้ แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคทั้ง 2 ชนิด

จากรายงานด้านการระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7
จ.อุบลราชธานี ระบุตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ในพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7
พบผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจำนวน 354 ราย พบมากที่ จ.อุบลราชธานี จำนวน
84 ราย โดยผู้ป่วยอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เทือกเขา
รองลงมาเป็นจังหวัดศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ

สำหรับโรคชิคุนกุนยา
มีการตรวจพบในกลุ่มทหารที่กลับมาจากประจำการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งเดินทางกลับมาสับเปลี่ยนกำลังและปลดประจำการ
สำหรับทหารที่ป่วยมีภูมิลำเนาที่ จ.อุบลราชธานี 3 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย
และอำนาจเจริญ 10 ราย

ทหารทั้งหมดได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว
การระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยาที่พบก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ด้านการป้องกัน นพ.ศรายุทธ อุตตมางคพงศ์
ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7
ส่งเจ้าหน้าที่นำยาฆ่ายุงลายไปฉีดพ่นในชุมชนที่เคยมีประวัติพบผู้ป่วยทั้ง
เก่าและใหม่ แต่การป้องกันดีที่สุด คือ
ร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งในบ้านและรอบบ้าน
รวมทั้งป้องกันไม่ให้ยุงกัด
โดยนอนกางมุ้งและสวมเสื้อผ้ามิดชิดกรณีที่ต้องไปทำไร่ทำสวน

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ปล่อยกุ้งก้ามกราม 40 ล้านตัว แก้ความยากจนชาวประมงริมน้ำ

อุบลราชธานี-จังหวัดอุบลราชธานีปล่อย ลูกกุ้งก้ามกราม 40 ล้านตัว
กระตุ้นธรรมชาติตามลำน้ำฟื้นตัว ใช้แก้ปัญหาความยากจนชาวประมงริมน้ำ
ปัจจุบันมีอัตราการจับกุ้งก้ามกรามขายร้อยละ 7.6 ต่อวันต่อคน
มีรายได้วันละ 150-300 บาท

วันนี้(23 พ.ค.)นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดและชาวบ้านหมู่บ้านแพง ต.สว่าง
อ.สว่างวีระวงศ์ ปล่อยพันธุ์ยี่สก ปลานิล ปลาไน จำนวน 20,000 ตัว
พันธุ์กุ้งก้ามกราม 4 ล้านตัว
จากจำนวนกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยทั้งหมดในปีนี้ 40 ล้านตัว
ตามโครงการกุ้งก้ามกรามแก้จน
ซึ่งเป็นแผนฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้แม่น้ำมูล แม่น้ำชี
และลำน้ำสาขาของจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับการปล่อยกุ้งก้ามกรามที่บ้านแพง ต.สว่าง
ซึ่งเป็นหมู่บ้านประมงริมแม่น้ำเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใหญ่ที่สุดของ
จังหวัด ถือเป็นแห่งสุดท้ายจากจำนวน 6 จุด
ในการปล่อยสัตว์น้ำสร้างความสมบูรณ์ให้ลำน้ำประจำปี 2552

นายสมศักดิ์ เขตสมุทร ประมงจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวถึงการเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์กุ้งก้ามกรามในแม่น้ำมูลและ
ลำน้ำสาขาตั้งแต่ปี 2546-2550 โดยช่วงระยะเวลาดังกล่าว
มีการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามพันธุ์ปลาลงสู่แม่น้ำมูลปีละกว่า 40 ล้านตัว
พบลูกกุ้งมีอัตราการรอดชีวิตหลังการปล่อยสูงกว่าพันธุ์สัตว์น้ำชนิดอื่น
และชาวประมงมีอัตราการจับกุ้งก้ามกรามที่โตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.5-2
ขีดขึ้นมาจำหน่ายคิดเป็นร้อยละ 7.6 ต่อคนต่อวัน
ทำให้ชาวประมงริมแม่น้ำมีรายได้จากการจับกุ้งก้ามกรามขายรายละ 150-300
บาทต่อวัน

สำหรับกุ้งก้ามกรามปัจจุบันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของจังหวัด
โดยกุ้งก้ามกรามที่มีอายุประมาณ 6-8 เดือน จะมีน้ำหนักเฉลี่ย 1-2 ขีด
ปัจจุบันมีราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 300-450 บาทตามขนาดของตัวกุ้ง
ส่วนการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามในปี 2552
ได้ขยายพื้นที่การปล่อยกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำชี และลำน้ำเซบาย
ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล
เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์กุ้งก้ามกรามให้มากยิ่งขึ้นตามลำน้ำสาขาเหล่านั้น
ด้วย

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รมต.ยอมรับจำนำมันสำปะหลังมีปัญหาสวมสิทธิ์เวียนหลายพื้นที่

อุบลราชธานี- "วีระชัย" รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการแทรกแซงการรับซื้อหัวมันสำปะหลังประจำฤดู
กาลผลิตปี 2551/52
รับโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาลมีการสวมสิทธิเข้าโครงการหลายจังหวัด
พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้คณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมีนายกอร์ปศักดิ์
สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานรับไปแก้ไขเพิ่มเติม

เมื่อเย็นวันที่ 21 พ.ค. นายวีระชัย วีระเมธีกุล
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการแทรกแซงการรับซื้อหัวมันสำปะหลัง
ประจำฤดูกาลผลิตปี 2551/2552
พร้อมชุดตรวจสอบได้ตรวจดูโรงเก็บมันสำปะหลังของลานมันบริษัทเนรมิตพืชผล
จำกัด อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
โดยคณะกรรมการใช้วิธีสุ่มตรวจในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตในการรับ
จำนำ คือ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
และมีการรับจำนำมันสำปะหลังเป็นปริมาณมาก
เพื่อป้องกันการสวมสิทธิเข้าสู่โครงการ
และตรวจสอบสถานภาพของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ไว้หรือไม่

นายวีระชัยกล่าวยอมรับว่า
พบปัญหาการสวมสิทธิเกษตรกรนำมันสำปะหลังเข้าจำนำกับรัฐบาลในหลายพื้นที่
ส่วนปัญหาต่อมาเป็นปัญหาเรื่องคิวการรับจำนำที่ไม่เป็นธรรมและไม่ทั่วถึง
และปัญหาต่อมาคือ เรื่องระบบบริหารจัดการที่จุดรับจำนำ อาทิ เรื่องคุณภาพ
เรื่องน้ำหนัก และความชื้นของมันสำปะหลัง

สำหรับปัญหาลานมันร่วมกับเกษตรกรออกใบประทวนสินค้าให้เกษตรกรเบิก
เงินจากโครงการรับจำนำ โดยยังส่งมันสำปะหลังไม่ครบนั้น
ตามรายงานเบื้องต้นคณะกรรมการเข้าใจเป็นการสวมสิทธิเกษตรกร
จึงยังไม่จ่ายเงินค่ามันสำปะหลัง
แต่ภายหลังเมื่อตรวจสอบพบทำถูกต้องก็ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรไปทั้งหมดแล้ว

นายวีระชัยยังกล่าวอีกว่า แม้
คณะกรรมการชุดของตนมีจุดประสงค์ควบคุมดูแลการบริหารจัดการและป้องกันการสวม
สิทธิเข้าโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาล
แต่มีความตั้งใจจะเสนอแนะไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ของรัฐบาลที่มีนายกอร์ป
ศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเรื่องการจัดคิว
โดยจัดคิวให้เกษตรกรรายย่อยเข้าสู่โครงการก่อนรายใหญ่

เพราะ การรับจำนำที่ผ่านมามีหลายจังหวัดได้เริ่มใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว
ซึ่งเกิดผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังโดยตรง
และอาจช่วยแก้ปัญหาการสวมสิทธินำมันสำปะหลังนอกโครงการเข้ามาในโครงการด้วย
ซึ่งตนเห็นด้วยในประเด็นนี้

รมว.กระทรวงยุติธรรมและรมช.กระทรวงสาธารณสุข เยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
วัน ที่ 16 พฤษภาคม 2552 ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
นายพีระพันธุ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายมานิต
นพอมรบดี (นบ-อะ-มอน-บอ-ดี) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พร้อมด้วยคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยม
และมอบกระเช้าผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลฯ
ด้วยอาการโรคไข้เลือดออก และโรคไข้มาลาเรีย ซึ่งประกอบด้วยนางสำรวย
พันธุ์คำ อายุ 53 ปี ชาวอำเภอตาลสุม เข้าพักรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 13
พฤษภาคม ด้วยอาการป่วยเป็นฯไข้มาลาเรียชนิดรุนแรง จากการสอบถาม
แพทย์หญิงภาวินี เหลืองรุ่งโรจน์ แพทย์ที่ทำการรักษา กล่าวว่า
อาการของนางสำรวย ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากคนไข้มีอาการไตวาย
ตัวเหลืองชนิดรุนแรง ต้องให้ยาต้านมาลาเรีย น้ำเกลือ และยากระตุ้นความดัน
และต้องสังเกตอาการซักระยะต่ออีก นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
อีก 3 ราย คือ นางสาวสุพัฒน์ อ่อนสุด อายุ 24 ปี ชาวอำเภอเขมราฐ
เด็กหญิงฤทัย ดำเนินอายุ 15 ปี ชาวอำเภอเขื่องใน และเด็กหญิงสุพัตรา
ศรีบุดดา อายุ 13 ปี ชาวอำเภอน้ำยืน ทั้งหมดมีอาการดีขึ้นตามลำดับ
จากนั้นคณะเดินทางไปเยี่ยมทหารที่ป่วยเป็นโรคไข้มาลาเรียที่โรงพยาบาลค่าย
สรรพสิทธิประสงค์ บริเวณหอผู้ป่วย 2
ซึ่งมีกำลังพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร
จังหวัดศรีสะเกษ เข้าพักรักษาตัว จำนวน 8 นาย ประกอบด้วย พลทหารประสิทธิ์
แสนดี อายุ 21 ปี พลทหารเจศรินทร์ วรรณกาล อายุ 22 ปี พลทหารสมหมาย
จันทพล อายุ 22 ปี พลทหารสุริยา จันทร์จริง อายุ 21 ปี พลทหารสุพลเชษฐ์
คนยืน อายุ 21 ปี จ่าสิบเอก เชาวลิต ทัศกร อายุ 51 ปี
และพลทหารไม่ทราบชื่ออีก 2 นาย ทั้งหมดมีอาการดีขึ้นตามลำดับ
และรอส่งกลับหน่วยภายในวันนี้ จำนวน 3 นาย
สำหรับสถิติกำลังพลที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์
ด้วยโรคไข้มาลาเรีย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนพฤษภาคม 2552
จำนวนทั้งสิ้น 316 ราย ซึ่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับและส่งตัวกลับแล้ว ณ
ปัจจุบันกำลังพักรักษาตัว จำนวน 8 ราย

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ แจกถังน้ำดื่มแก้ภัยแล้ง-ขุดแหล่งน้ำใช้ผลิตประปาใหม่

อุบลราชธานี-อบจ.อุบลราชธานี เดินหน้าแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก
แจกถังน้ำดื่มให้พื้นที่ขาดแคลนน้ำดื่มรุนแรง
พร้อมขุดแหล่งน้ำดิบใช้ผลิตประปาหมู่บ้าน
เสริมโครงการน้ำเพื่อเกษตรกรรมระบบท่อที่ดำเนินการอยู่แล้ว

วันนี้ (21 พ.ค.) นายชัยยงค์ โคตะสิน เลขานุการนายก
อบจ.อุบลราชธานี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ได้รับการร้องเรียนจากนายอุดร บุตรดาพงษ์ นายก อบต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น
เพราะแหล่งน้ำใช้ผลิตประปาหมู่บ้านโนนยาง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่จำนวน
285 ครัวเรือน มีกลิ่นเหม็น รวมทั้งแหล่งใช้ผลิตน้ำดิบอยู่ไกลจากชุมชน
มีปัญหาในการจ่ายน้ำเข้าสู่ครัวเรือน
จึงต้องการขยายสระน้ำหลังวัดบ้านโนนยางให้มีขนาดใหญ่
เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตน้ำดิบป้อนเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้าน
จึงได้นำคณะช่างเข้าสำรวจสระน้ำหลังวัดตามที่ อบต.ร้องเรียนมา
พบมีความเหมาะสมสามารให้เป็นแหล่งป้อนน้ำดิบได้
จึงจะจัดส่งเครื่องจักรกลหนักเข้าช่วยเหลือภายในสัปดาห์หน้า
เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำกักเก็บไว้ใช้ผลิตประปาภายในเดือนมิถุนายนศกนี้

ด้าน นายชาลี นันทา ชาวบ้านโนนยาง ต.โคกสะอาด กล่าวว่า
น้ำประปาที่ใช้อยู่นอกจากมีกลิ่นเหม็นแล้ว น้ำยังมีสีเหลือง
เมื่อชาวบ้านนำมาอาบ ทำให้เป็นผื่นคันมีตุ่มสีแดงขึ้นตามตัว
โดยเฉพาะในเด็ก และเมื่อถึงฤดูแล้งน้ำจะไหลช้า
เพราะแหล่งผลิตน้ำดิบอยู่ไกลชุมชน ทำให้ส่งน้ำมาไม่สะดวก
การจัดหาแหล่งน้ำใช้ผลิตประปาแห่งใหม่ครั้งนี้
จึงเป็นประโยชน์กับชาวบ้านที่จะได้น้ำสะอาดใช้ต่อไป

ขณะเดียวกัน นายชัยยงค์ เลขานุการนายก อบจ.อุบลราชธานี
ได้นำถังน้ำดื่มขนาด 5,000 ลิตร จำนวน 1 ใบ
มอบให้กับโรงเรียนบ้านขี้เหล็ก ต.ขี้เหล็ก
เพื่อเก็บน้ำดื่มไว้ให้นักเรียนบริโภคในช่วงฤดูแล้ง

โรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3
ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 400 คน
นักเรียนจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม
ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งทุกปี และโรงเรียนไม่มีงบประมาณใช้จัดซื้อถังเก็บน้ำ
อบจ.จึงสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อ
เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว

สำหรับโครงการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำดื่นในฤดู
แล้งของจังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ 2552 สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
มีมติอนุมัติให้ อบจ.จัดซื้อถังน้ำขนาดบรรจุ 5,000 ลิตร

พร้อมงบประมาณใช้ติดตั้งถังน้ำจำนวน 56 ถัง
แจกไปในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำดื่มรุนแรง
รวมทั้งยังมีโครงการน้ำใช้ทำเกษตรกรรมผ่านระบบท่อ
และขุดแหล่งน้ำให้เกษตรกรไว้ใช้เพาะปลูกในฤดูแล้งทั้ง 25
อำเภอของจังหวัดด้วย

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พันธมิตรฯ อีสานใต้ฟรีโหวตตั้งพรรค อุดรฯ-บุรีรัมย์เห็นพ้องมีพรรคการเมือง

ศูนย์ ข่าวภาคอีสาน - สมาชิกพันธมิตรฯอีสานใต้
มีมติฟรีโหวตตั้งไม่ตั้งพรรคการเมือง
โดยทุกฝ่ายย้ำยังเดินหน้าให้ความรู้แนวทางการเมืองใหม่
ใช้เป็นใบเบิกทางไล่ผีปอบการเมืองเก่า ขณะที่พันธมิตรฯอุดรธานี บุรีรัมย์
ฯลฯประชุมลงมติ เห็นชอบตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ
เดินหน้าการเมืองภาคประชาชนคู่ขนานทั้งในสภาและนอกสภา
พร้อมผนึกพลังมวลชนร่วมฉลอง 1 ปีไล่รัฐบาลหุ่นเชิด นช.ทักษิณ

เมื่อเร็วๆนี้ ที่อุทยานบุญนิยม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
สมาชิกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.อุบลราชธานี
และจังหวัดใกล้เคียง ประชุมหารือกำหนดท่าที
ก่อนแกนนำแต่ละจังหวัดนำข้อสรุปร่วมประชุมกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อ
ประชาธิปไตยทั่วประเทศ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์รังสิตวันที่ 24 พฤษภาคม

การประชุมวันนี้ มีข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง
ทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับการตั้งพรรคการเมือง
ใช้เป็นฐานปูทางเอาคนดีเข้าสภาไปกำหนดทิศทางการเมืองสร้างประโยชน์แก่คนส่วน
ใหญ่ แทนการเมืองน้ำเน่าที่ให้ประโยชน์แต่นักการเมือง
จนการเมืองไทยก้าวไม่ทันการเมืองเพื่อนบ้าน
และอาจตกเวทีการเมืองโลกในอนาคต

สำหรับกลุ่มที่คัดค้านให้ความเห็นว่า
การตั้งพรรคการเมืองอาจทำลายแนวร่วมทางการเมืองของพันธมิตรฯ
และกลัวว่าในที่สุดแล้ว การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองที่
ตั้งขึ้นจะตกไปอยู่ภายใต้การนำของกลุ่มทุนทางการเมืองเหมือนในอดีต

เมื่อทุกฝ่ายต่างมีเหตุผลที่รับฟังได้
จึงมีข้อสรุปจะไม่ใช้การหารือในวันนี้
ใช้เป็นมติร่วมโหวตตั้งหรือไม่ตั้งพรรคการเมืองกับแกนนำทั่วประเทศ
แต่ใช้วิธีให้แกนนำทั้ง 14 คน ใช้ระบบฟรีโหวต
เพื่อให้อิสระแก่ทุกความเห็นในการประชุมแกนนำในวันที่ 24 พฤษภาคม นี้

ส่วนวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งเป็นเวทีของสมาชิกพันธมิตรฯ
ทั่วไปที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ก็ให้สมาชิกใช้วิธีเดียวกันออกเสียงชี้ชะตาการตั้งพรรคการเมืองครั้งนี้

ทั้งนี้ ข้อหารือที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันคือ
การสร้างการเมืองใหม่อาจต้องใช้เวลา
เพราะปัจจุบันรากฐานการเมืองไทยยังถูกครอบงำอยู่ในระบบอุปถัมภ์ของนักการ
เมืองเก่า ดังนั้นสมาชิกพันธมิตรฯ
ยังทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ทางการเมืองลงสู่รากหญ้า
ให้คนที่ยังไม่รู้ได้รู้เท่าทันนักการเมืองน้ำเน่า
เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างให้เป็นการเมืองใหม่ที่ทุกคนได้รับประโยชน์
ร่วมกัน

ด้านพันธมิตรฯบุรีรัมย์มีมติชัด หนุนการตั้งพรรคการเมือง
ดร.ทวีศักดิ์ วังไพศาล แกนนำคนหนึ่งของพันธมิตรฯ อุบลราชธานี
ได้เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ วันนี้
เป็นการตื่นตัวของภาคการเมืองประชาชน
ซึ่งมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองในอนาคต
โดยขาข้างหนึ่งทำหน้าที่ผลักดันการเมืองใหม่ให้เกิดในระบบรัฐสภา
ส่วนขาอีกข้างหนึ่ง ก็ต้องก้าวไปพร้อมกันในรูปแบบการเมืองภาคประชาชน
เพื่อสร้างความรู้ให้ประชาชนก่อนส่งเข้ามาเป็นมวลชนรู้ทันพฤติกรรมนักการ
เมืองโกงบ้านโกงเมือง ดังนั้นการทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ของพันธมิตรฯ
ยังหยุดไม่ได้ การดำเนินงานต่อไปของพันธมิตรฯ
จึงเข้าลักษณะแยกกันเดินแต่ร่วมกันตี

"หากผลโหวตในวันที่ 24-25 พฤษภาคม มีผลออกมาอย่างไรพันธมิตรฯ
ทุกคนต้องยอมรับมติของเสียงส่วนใหญ่ และต้องทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
โดยไม่หมดกำลังใจหรือท้อแท้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว" ดร.ทวีศักดิ์กล่าว

พันธมิตรฯอุดรธานีเห็นด้วยต้องตั้งพรรคการเมือง

ขณะที่ ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พันธมิตรฯ
จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรมงาน 193 วัน รำลึกครบรอบ 1 ปี
พันธมิตรฯทำไมต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้น โดยมีพันธมิตรฯจ.อุดรธานี หนองคาย
และเลย เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคักมากกว่า 500 คน ณ โรงแรมนภาลัย
อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายในงานมีตั้งกล่องรับบริจาคช่วยเหลือ ASTV
และเป็นทุนพันธมิตรฯสู้คดี
ท่ามกลางแม่ยกที่นำอาหารและเครื่องดื่มมาให้บริการ

วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้
เพื่อเป็นการร่วมรับฟังความคิดเห็นของพันธมิตรฯจ.อุดรธานี
และจังหวัดใกล้เคียง เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง
และเป็นการพบปะสมาชิกพันธมิตรฯก่อนเดินทางไปร่วมงาน 193 วันรำลึกครบรอบ 1
ปีแห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 24-25 พฤษภาคม

สำหรับข้อสรุปในที่ประชุม พันธมิตรฯอุดรฯ
มีมติเห็นด้วยในการจัดตั้งพรรคการเมือง
โดยได้ส่งตัวแทนที่พี่น้องพันธมิตรฯ ได้คัดเลือกเอาไว้แล้วจำนวน 10 คน
เข้าไปร่วมชี้แจงในเวทีประชุมร่วมกับแกนนำพันธมิตรฯ
และพี่น้องพันธมิตรฯจากทั่วประเทศ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์รังสิต

ขณะเดียวกันพี่น้องพันธมิตรฯในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียง
ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมจะเดินทางเข้าไปร่วมกิจกรรม
งานรำลึก 193 วัน ครบรอบ 1
ปีแห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 25
พฤษภาคมด้วย


พันธมิตรฯอุดรธานีเอง ก็ได้จัดสังสรรค์ลงมติเห็นด้วยที่พันธมิตรฯจะตั้งพรรคการเมือง
นายณัฐกฤษณ์ เศวตวรานนท์ ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จ.อุดรธานี
ให้ความเห็นถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองของพี่น้องพันธมิตรฯ ว่า
การจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่ดี เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ทำให้ประชาชนธรรมดามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น
การมีส่วนร่วมด้านการเมืองเพิ่มมากขึ้น
และการที่พรรคพันธมิตรฯจัดตั้งขึ้นหรือในนามพรรคอะไรก็ตาม
เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่
การเมืองใหม่ ที่พันธมิตรฯ วางเป้าหมายสูงสุดไว้ร่วมกัน

"พธม.บุรีรัมย์"มีมติเห็นชอบตั้งพรรคการเมือง

นายเสฏวุฒิ ชมพูพงษ์
คณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อำเภอเมือง
จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม
ที่ผ่านมาได้ประสานกับเครือข่ายพันธมิตรฯทุกอำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์และ
ประชุมร่วมกันทั้งจังหวัดอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายปี 2548 ไม่เคยจัดประชุมร่วมกันมาก่อนทั้ง ๆ
ที่ทุกคนต่างเรียกตัวเองว่า พันธมิตรฯ
และต่างก็เดินทางไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ตามสถานที่ต่างๆ
ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยไม่นัดหมายตลอดมา

นายเสฏวุฒิ กล่าวต่อว่า
วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
และเป็นผลดีสำหรับประชาชน
แม้การเมืองในระบบรัฐสภายังไม่ดีหรือสมบูรณ์อย่างที่เราต้องการ
รวมทั้งยังมีนักการเมืองบางกลุ่มทำร้ายประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งเชื่อว่าไม่เพียงแต่พวกเราที่อยากให้การเมืองไทยดีขึ้น
คนไทยทุกคนก็มีความต้องการเหมือนกัน จึงหลีกหนีไม่พ้นที่เครือข่าย
พันธมิตรฯ ต้องใส่ใจในเรื่องการเข้ามาทำงานการเมืองในสภา
ให้เกิดขึ้นคู่ขนานกับการเมืองนอกสภา

"ในที่ประชุมเครือข่ายพันธมิตรฯ จ.บุรีรัมย์ครั้งนี้
ได้ลงมติร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จำเป็นจะต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา
แต่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัด และจุดอันตรายที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากด้วย"
นายเสฏวุฒิ กล่าว

ขณะนี้คณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรฯ บุรีรัมย์
มีตัวแทนประจำเกือบครบอำเภอแล้ว เช่น อ.เมือง หนองกี่ โนนสุวรรณ ชำนิ
นางรอง หนองหงส์ ละหานทราย และกระสัง และเชื่อว่าเร็ว ๆ
นี้ก็จะมีตัวแทนครบทั้ง 23 อำเภอ ของจ.บุรีรัมย์

นายเสฏวุฒิ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชาวพันธมิตรฯ
บุรีรัมย์จะต้องทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น
ตั้งแต่การก่อตั้งคณะกรรมการพันธมิตรฯ บุรีรัมย์
และเตรียมขยายวงให้มีการประชุมร่วมของพันธมิตรฯ ทุกอำเภอในเร็ว ๆ นี้
รวมทั้งการตั้งเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นในเรื่อง
ส่วนปลีกย่อยของการตั้งพรรคการเมือง ที่ชาวพันธมิตรฯ จะต้องระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งที่ผ่านมา
ส่วนใหญ่เราพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่อง
การตั้งตัวแทนเข้าและระดมสมาชิกเข้าร่วมการสัมมนาใหญ่กับพันธมิตรฯ
ทั่วประเทศในงาน " 193 วันรำลึก 1 ปี
แห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ที่กรุงเทพฯ ในวันที่
24 -25 พฤษภาคม 2552