กระตุ้นธรรมชาติตามลำน้ำฟื้นตัว ใช้แก้ปัญหาความยากจนชาวประมงริมน้ำ
ปัจจุบันมีอัตราการจับกุ้งก้ามกรามขายร้อยละ 7.6 ต่อวันต่อคน
มีรายได้วันละ 150-300 บาท
วันนี้(23 พ.ค.)นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดและชาวบ้านหมู่บ้านแพง ต.สว่าง
อ.สว่างวีระวงศ์ ปล่อยพันธุ์ยี่สก ปลานิล ปลาไน จำนวน 20,000 ตัว
พันธุ์กุ้งก้ามกราม 4 ล้านตัว
จากจำนวนกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยทั้งหมดในปีนี้ 40 ล้านตัว
ตามโครงการกุ้งก้ามกรามแก้จน
ซึ่งเป็นแผนฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้แม่น้ำมูล แม่น้ำชี
และลำน้ำสาขาของจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับการปล่อยกุ้งก้ามกรามที่บ้านแพง ต.สว่าง
ซึ่งเป็นหมู่บ้านประมงริมแม่น้ำเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใหญ่ที่สุดของ
จังหวัด ถือเป็นแห่งสุดท้ายจากจำนวน 6 จุด
ในการปล่อยสัตว์น้ำสร้างความสมบูรณ์ให้ลำน้ำประจำปี 2552
นายสมศักดิ์ เขตสมุทร ประมงจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวถึงการเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์กุ้งก้ามกรามในแม่น้ำมูลและ
ลำน้ำสาขาตั้งแต่ปี 2546-2550 โดยช่วงระยะเวลาดังกล่าว
มีการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามพันธุ์ปลาลงสู่แม่น้ำมูลปีละกว่า 40 ล้านตัว
พบลูกกุ้งมีอัตราการรอดชีวิตหลังการปล่อยสูงกว่าพันธุ์สัตว์น้ำชนิดอื่น
และชาวประมงมีอัตราการจับกุ้งก้ามกรามที่โตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.5-2
ขีดขึ้นมาจำหน่ายคิดเป็นร้อยละ 7.6 ต่อคนต่อวัน
ทำให้ชาวประมงริมแม่น้ำมีรายได้จากการจับกุ้งก้ามกรามขายรายละ 150-300
บาทต่อวัน
สำหรับกุ้งก้ามกรามปัจจุบันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของจังหวัด
โดยกุ้งก้ามกรามที่มีอายุประมาณ 6-8 เดือน จะมีน้ำหนักเฉลี่ย 1-2 ขีด
ปัจจุบันมีราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 300-450 บาทตามขนาดของตัวกุ้ง
ส่วนการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามในปี 2552
ได้ขยายพื้นที่การปล่อยกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำชี และลำน้ำเซบาย
ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล
เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์กุ้งก้ามกรามให้มากยิ่งขึ้นตามลำน้ำสาขาเหล่านั้น
ด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น