วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

1 กค นี้ ดีเดย์อุบลราชธานีเปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )

1 กค นี้ ดีเดย์อุบลราชธานีเปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี พร้อมแล้วที่จะเปิดดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขแบบผสมผสานได้อย่างสะดวกและมี
ประสิทธิภาพสูงสุด ดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด เริ่ม 1 กรกฏาคม 2552
นี้ นายวุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จากนโยบายของ รัฐบาลในการจัดตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. )
มุ่งเน้นการให้บริการเชิงรุกในชุมชน การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของภาระโรคที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อและ
โรคเรื้อรังดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกว่าโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล ต้องมีเตียงรับผู้ป่วยไว้รักษาตัว ต้องมีแพทย์/พยาบาล
จำนวนมากในการให้บริการ จึงควรเน้นภาพลักษณะของ รพ.สต. ที่เหมาะสม คือ "
เป็นหน่วยบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน
ที่เน้นการให้บริการเชิงรุกด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
รวมทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนที่รับผิดชอบ
โดยมีประชากรกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ นอกเหนือจากประชากรทั่วไปในพื้นที่
คือ กลุ่มผู้พิการทุพลภาพ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์
หญิงหลังคลอดและเด็กแรกเกิด รวมทั้ง กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
โดยการปฏิบัติงานจะเน้นการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้อง
ถิ่นในการเยี่ยมบ้าน
การเสริมสร้างศักยภาพของครอบครัวและผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพของตนเอง
การดูแลอย่างต่อเนื่อง และการใช้เตียงที่บ้านผู้ป่วยแทนเตียงโรงพยาบาล (
HOME WARD )" นายวุฒิไกร กล่าวต่อไปว่า
การดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จะเป็นการยกระดับศักยภาพของสถานีอนามัย/ศูนย์สุขภาพชุมชน
ซึ่งเป็นหน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิในระดับตำบลโดยมุ่งให้มีคุณลักษณะสำคัญ
กล่าวคือมีขอบเขตการดำเนินงานบริการสาธารณสุขแบบผสมผสาน
รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชนและสังคม
โดยมีจุดเน้นคือ การดำเนินงานในเชิงรุก
การบริการอย่างต่อเนื่องและสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา
มีความเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการดำเนินงานของชุมชน
ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจังหวัดอุบลราชธานี
พร้อมแล้วที่จะเปิดดำเนินการให้บริการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน
32 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2552 เป็นต้นไป
...............สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี... รสสุคนธ์ มณฑา
ข่าว/พิมพ์

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สปสช.จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

สปสช.จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์

สำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จับมือศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี
พัฒนาการใส่แร่ ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อยกระดับการรักษา
และร่นเวลาให้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาในการฉายแสงนับชั่วโมงเหมือนแต่ก่อน
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วยิ่งขึ้น นพ.พงศธร ศุภอรรถกร
รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจวิชาการ ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี
กล่าวถึงการพัฒนาการรักษาของศูนย์มะเร็งอุบลราชธานีว่า
ทางศูนย์ได้พัฒนาการใส่แร่ด้วยเครื่องใส่แร่อิเรเดียม-192 มาใช้ตั้งแต่ปี
2550 หลังพบในพื้นที่รับผิดชอบคือ อีสานตอนล่าง
มีผู้ป่วยมะเร็งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี
ซึ่งพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในโลก
และการรักษาแบบเก่า
ทั้งการผ่าตัดและการฉายรังสีเพื่อควบคุมก้อนมะเร็งไม่ให้เติบโต
กินเวลาครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้รักษาผู้ป่วยได้ในจำนวนน้อย
ผู้ป่วยต้องรอคิวนาน ทำให้เซลล์มะเร็งรุกลามและยากต่อการรักษา
แต่เมื่อหันมารักษาด้วยการใส่แร่อิเรเดียม
โดยการสอดสายแร่ตรงไปยังจุดที่เกิดมะเร็งในอัตราการฉายรังสีสูงมาก
ช่วยร่นเวลาจาก 1 ชั่วโมง เหลือ 10 นาที
ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทรมานกับการรักษา
ซึ่งการให้บริการนี้ได้ครอบคลุมมายังผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้สิทธิบัตรทองของ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
สามารถรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากปกติ หากไม่มีสิทธิบัตรทอง
หรือสิทธิข้าราชการก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อครั้ง
สำหรับศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี เป็น 1 ใน 7 ศูนย์มะเร็งภูมิภาค
ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้น
เพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นสาเหตุอันดับ 1
ที่คร่าชีวิตประชากรไทยไปในแต่ละปี
ซึ่งศูนย์มะเร็งอุบลราชธานีดูแลประชากรกว่า 11 ล้านคน ในพื้นที่ 9
จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ
สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กรมวิชาการเกษตรจับมือ ม.อุบลฯ วางระบบผลิตพืชผลแห่งชาติ

อุบลราชธานี - กรมวิชาการเกษตรจับมือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และอีก 3
มหาวิทยาลัยชั้นนำ ประชุมวิชาการวางระบบเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 5 หัวข้อ
"พลังงานทดแทนและความมั่นคงทางอาหารเพื่อมนุษยชาติ"
หลังนักวิชาการเป็นห่วงเกษตรกรมีการปลูกพืชอาหาร
แต่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน เกรงเกิดการขาดแคลนอาหารของมนุษย์ในอนาคต

วันนี้ (24 มิ.ย.) นายสมชาย ชาญณรงค์กุล
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรประธานจัดประชุมวิชาการระบบเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 5
แถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รวมทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
จะเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิชาการด้านการเกษตร
ซึ่งปัจจุบันมีความเป็นห่วงการปลูกพืชใช้เป็นอาหาร

แต่ช่วงหลังมีการส่งเสริมเป็นพืชพลังงานทดแทน
อาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารของมนุษย์ในอนาคต
จึงเริ่มมีการวิจัยและพัฒนาวางระบบการปลูกพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของ
ตลาด ทั้งระบบการทำฟาร์ม ระบบการผลิตแบบครัวเรือน
โดยการวิจัยยึดหลักขบวนการตัดสินของเกษตรกร ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อเชื่องโยงไปถึงการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่
โดยไม่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งในชุมชนในการผลิตพืชด้วย

สำหรับการจัดประชุมระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคมศกนี้
มีนักวิชาการเข้าร่วมเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยายจำนวน 43 เรื่อง
งานวิจัยภาคโปสเตอร์อีก 7 เรื่อง โดยการนำเสนออยู่ภายใต้หัวข้อวิจัยย่อย
6 ข้อ คือ 1.ปัจจัยของผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านอาหารและพลังงาน
2.ระบบเกษตรและการฟื้นฟูทรัพยากร

3.เกษตรยั่งยืนและการปรับตัวของเกษตรกร
4.เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน
5.เศรษฐกิจกับอาหารและพลังงาน 6.เทคนิคและเครื่องมือทางระบบเกษตร

ควันหลง "เสื้อแดงอุบลฯ" ประท้วงสหภาพหยุดเดินรถไฟอ้างคนจนเดือดร้อน

อุบลราชธานี - กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวประท้วงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่หยุดเดินรถคัดค้านการแปรรูปเมิ่อสองวันก่อน
ทำให้คนรากหญ้าที่อาศัยนั่งรถไฟฟรีต้องเดือดร้อน ขู่ทำอีกเจอดีแน่

เช้าวันนี้ (24 มิ.ย.) กลุ่มคนเสื้อแดงชักธงรบประมาณ 100 คน
นำโดยนายธีรภัทร วัชรพล หรือดีเจต้อย
มารวมตัวประท้วงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่หยุดเดินรถประท้วงการแปรรูปเมื่อสองวันก่อน โดยกล่าวโจมตีว่า
การหยุดเดินรถทำให้ประชาชนคนยากจนที่อาศัยนั่งรถไฟฟรีที่รัฐบาลจัดให้ไม่
สามารถเดินทางได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปกับรถโดยสารประเภทอื่น
จึงเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ
ทำให้คนเสื้อแดงไม่พอใจออกมาประท้วงสหภาพแรงงานที่สั่งให้พนักงานหยุดเดินรถ
ครั้งนี้ พร้อมประกาศว่าหากสหภาพใช้วิธีหยุดเดินรถ
เพื่อกดดันรัฐบาลแล้วคนจนเดือดร้อนอีก
คนเสื้อแดงจะมาประท้วงกดดันสหภาพรถไฟเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า
สาเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาประท้วงสหภาพแรงงานรถไฟครั้งนี้
มีสาเหตุมาจากสหภาพการรถไฟฯ
เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ประชุมเครือข่ายเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับการระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด
A ( H1 N1 ) แก่หน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
เป็นประธานเปิดการประชุมการเตรียมความพร้อมรับการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธ์ใหม่ 2009 เพื่อให้การดำเนินงานการควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพมีการประสานงานที่มี
ประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งแนวทางการดำเนินงานและข้อมูล
ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากคลินิกเอกชน
โรงพยาบาลเอกชน ศูนย์แพทย์ชุมชน อบต. สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 7
และเทศบาลนครอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุม จำนวน 200 คน
จากสถานการณ์ปัจจุบันของการเกิดโรคติดต่อ
โรคไม่ติดต่อตลอดจนภัยสุขภาพต่าง ๆ มีอัตราเพิ่ม มากขึ้น
แม้จะมีแนวทางการดำเนินเป็นมาตรฐานให้ปฏิบัติ
แต่ลักษณะการดำเนินงานแต่ละหน่วยงานจะต่างคนต่างทำขาดการประสานงานทั้งแนว
ทางการดำเนินงานและข้อมูล จึงทำให้การควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพต่าง ๆ
ยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควรจึงจัดให้มีการประชุมขึ้น
การประชุมในครั้งนี้เป็นการปรึกษาหารือถึงแนวทางในการควบคุมป้องกันโรคไข้
หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอความคิดเห็นในการควบคุมป้องกัน
นอกจากนั้นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้นำสื่อมวลชนเข้าดูห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศซึ่งจัดไว้เพื่อแยก
ผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศโดยเฉพาะ
ซึ่งจะเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่เชื้อได้อีกระดับหนึ่ง
และได้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไรเพื่อเป็นการป้องกันตนเอง
ไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 โดยการล้างมือ ล้างให้ถูก
กินสุก ช้อนกลางตัก ปิดปากไอใส่กระดาษ ทิ้งกระดาษในถังปิด
สวมหน้ากากให้มิดชิด หากคิดว่าจะเป็นหวัด วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์
23/06/2552

---------------------------


รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big
Cleaning Day
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
รพ. สรรพสิทธิประสงค์ ทำกิจกรรม Big Cleaning Day
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันที่ 23 มิถุนายน 2552 เวลา
08.30 น. ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี คณะกรรมการ
5 ส. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ Big
Cleaning Day ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 โดยมีนายแพทย์มนัส
กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นประธาน
โดยมีวัตถุประสงค์ ให้เจ้าหน้าที่
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ทุกคนได้ตระหนัก
ถึงความสำคัญของการดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลให้สะอาด
อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาโรงพยาบาลและการให้บริการที่มีคุณภาพ
ตลอดจนการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งได้ทำ Big Cleaning
Day พร้อมกันในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ นายแพทย์มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี กล่าวว่า
การจัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดใหญ่ หรือ Big Cleaning Day ในครั้งนี้
เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข
เพราะกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดก็เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังมีการระบาด ในขณะนี้
และเป็นการรวมพลังของชาวโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
โดยร่วมกันทำโรงพยาบาลให้สะอาด คงสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ
วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ ศักดา ภาพ งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
23/06/2552

สา'สุขอุบลฯเร่งดำเนินการรณรงค์มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช ๑ เอ็น ๑ )

สา'สุขอุบลฯเร่งดำเนินการรณรงค์มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิดเอ (เอช ๑ เอ็น ๑ )
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
( 21 มิถุนายน 2552 ) นายวุฒิไกร มุ่งหมาย
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวในโอกาสการรณรงค์ทำความสะอาดหน่วยงานซึ่งเป็นอีกมาตรการ
ในการดำเนินการควบคุม
ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ
(เอช ๑ เอ็น ๑ )ว่า
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ ( เอช๑ เอ็น๑
) กำลังขยายตัวไปทั่วโลกและขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานศึกษาและสถานประกอบการ
ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้
มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดธรรมดา
เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน
ร่วมรณรงค์ทำความสะอาดสำนักงาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ประจำวัน
เป็นประจำและต่อเนื่อง
เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน
สำหรับในกลุ่มประชาชนทั่วไป มีวิธีการปฏิบัติตัวในการป้องกันโรค คือ
ควรล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำหรือสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ,
ไม่ใช่แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า
ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น,
ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด,
รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ดื่มน้ำมาก ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,
ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน
โดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น ควรติดตามคำแนะนำอื่น
ๆของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด นายวุฒิไกร กล่าวต่อไปว่า
หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึมและรับประทานอาหารได้
สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ควรใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ , ควรหยุดเรียน หยุดงาน
จนกว่าจะหายเป็นปกติและหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับ
ผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่นหรือใช้กระดาษทิชชูผ้าเช็ด
หน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้
สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 045 - 262692-700
ในวันและเวลาราชการ หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี จัดประชุมพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ร่วมกับ
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลราชวิถี
จัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง แก่แพทย์ พยาบาล
และบุคลากรทางการแพทย์
จากโรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแพทย์นครจำปาสัก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันนี้ (18 มิ.ย.52) ที่ห้องประชุมชั้น 6
อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
นพ.วิศิษฏ์ สงวนวงศ์วาน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี เป็นประธานใน
การจัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านผ่าตัดทางกล้อง ด้านโสต ศอ นาสิก
ด้านมะเร็งศีรษะ คอ และด้านจอประสาทตา โดยวิทยากรจากโรงพยาบาลราชวิถี
ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์
จากโรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแพทย์นครจำปาสัก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
โดยโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
มีศักยภาพสูงในการให้บริการสุขภาพระดับตติยภูมิและเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทาง
การแพทย์เฉพาะด้านโรคหัวใจและหลอกเลือด ด้านอุบัติเหตุและมะเร็ง
มีแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา
ตลอดสามารถพัฒนาศักยภาพเป็นเครือข่ายการผ่าตัดทางกล้องได้ในเขตภูมิภาคอีสาน
ใต้ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เป็นตัวเชื่อมโยงการพัฒนาเครือข่ายผ่าตัดทางกล้องระหว่างโรงพยาบาลส่วนกลาง
และส่วนภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแขวงจำปาสัก
การจัดประชุมการพัฒนาเครือข่ายด้านการผ่าตัดทางกล้อง ด้านโสต ศอ นาสิก
ด้านมะเร็งศีรษะ คอ และด้านจอประสาทตา
ในครั้งนี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ก่อให้เกิดผลดีต่อแพทย์
พยาบาลและบุคลากร ในส่วนภูมิภาคเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะภาคอีสานที่จะได้รับความรู้จากการบรรยายและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่
เหมาะสมเฉพาะทาง วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ ศักดา ภาพ 18/06/2552
Add starShareShare with noteEmail

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รพ.อุบลฯ จับมือองค์กรท้องถิ่นสกัดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

อุบลราชธานี- โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
2009 โดยรับเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในอีสานใต้ใช้กักกันโรค
เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยได้ทันที

เมื่อบ่ายวันนี้ (19 มิ.ย.) นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
ประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่า 1,000
เตียง และมีหอพักใช้ควบคุมโรคติดต่อร้ายแรงอาทิ โรคไข้หวัดนก
และโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
รับหน้าที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในอีสานใต้
พร้อมรับการส่งต่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้ทันที

ปัจจุบันโรงพยาบาลมีหอพักควบคุมโรคติดต่อพระวอพระตา
มีห้องพักผู้ป่วยในระยะกักกันโรคเด็ดขาด
ซึ่งผู้ป่วยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญจำนวน 2 ห้อง
และมีห้องพักฟื้นผู้ป่วยที่พ้นขีดอันตรายที่ญาติสามารถเข้าเยี่ยมดูอาการได้
5 ห้อง และวันนี้ที่หอพักดังกล่าว
ได้รับผู้ป่วยเป็นสตรีชาวจังหวัดอุบลราชธานี
มีอาการต้องสงสัยติดโรคไข้หวัดนกเข้ามากักกันโรคจำนวน 1 ราย
โดยจะทราบผลจากการตรวจวิเคราะห์จากห้องแล๊ปว่าป่วยเป็นโรคดังกล่าวจริงหรือ
ไม่ภายในเช้าวันพรุ่งนี้

สำหรับผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ยังไม่มีปรากฏในพื้นที่อีสานตอนใต้

เมืองดอกบัวพร้อมโชว์อลังการ์งานแห่เทียนพรรษา

อุบลราชธานี-จังหวัดอุบลราชธานีแถลง ข่าวจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
แสดงปะติมากรรมเทียนนานาชาติ เอเชียและยุโรป
ส่วนผู้ชื่นชอบชมต้นเทียนโบราณสามารถเดินทางมาชมล่วงหน้าได้ 2 วัน ที่
อ.พิบูลมังสาหาร
ก่อนร่วมชมความอลังการงานเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์และแกะสลักในวันที่ 8
กรกฎาคม

เมื่อเร็วๆ นี้ นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 2
สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี และสำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร
แถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552
ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคมศกนี้

งานดังกล่าวจะมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมทันต่อยุคสมัย
แต่การจัดทำต้นเทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี
ช่างทำต้นเทียนพรรษายังเน้นนำพุทธชาดกของพระพุทธศาสนาเป็นตัวเล่าเรื่องราว
บนลวดลายเนื้อเทียนพรรษาที่ช่างจัดทำขึ้น
และยังมีการแสดงปะติมากรรมเทียนนานาชาติ โดยฝีมือศิลปิน 9 ชาติ
ประกอบด้วย ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ชิลี บัลแกเรีย โรมาเนีย
ฮังการี และเบลารุส
เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำต้นเทียนพรรษาระหว่างวันที่ 23
มิถุนายนถึงวันที่ 1
กรกฎาคมที่บริเวณลานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนขบวนเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ และแกะสลัก
รวมทั้งขบวนฟ้อนรำนำต้นเทียนกว่า 40 ขบวน
จะเริ่มเคลื่อนขบวนแห่ไปรอบตัวเมืองในวันที่ 8 กรกฎาคม

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 5-6
กรกฎาคมนักท่องเที่ยวที่สนใจชมการจัดทำต้นเทียนแบบโบราณ
สามารถมาเที่ยวชมได้ล่วงหน้าที่อำเภอพิบูลมังสาหาร
โดยสำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารร่วมกับชุมชนจัดทำต้นเทียนแบบโบราณให้
ชมถึง 26 ต้น ณ บริเวณลานน้ำตกแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหารด้วย

นครอุบลฯ มอบเงินสนับสนุนงานแห่เทียนพรรษา

อุบลราชธานี - เทศบาลนครอุบลราชธานี
มอบเงินสนับสนุนการจัดทำต้นเทียนพรรษาและขบวนฟ้อนรำ ยึดหลักทำพอเพียง
เน้นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น คาดตลอดการจัดงานมีรายได้ไม่น้อยกว่า
50 ล้านบาท

วันนี้ (15 มิ.ย.) เทศบาลนครอุบลราชธานี
จัดมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษาประจำปี พ.ศ.2552
โดยนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี
เป็นผู้มอบเงินสนับสนุนการจัดทำต้นเทียนพรรษาของคุ้มวัดต่างๆ
ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม โดยต้นเทียนขนาดใหญ่ได้รับเงินสนับสนุนต้นละ 70,000
บาท จำนวน 9 ต้น ต้นเทียนขนาดเล็กได้รับเงินสนับสนุนต้นละ 50,000 บาท
จำนวน 11 ต้น ส่วนขบวนฟ้อนรำได้รับเงินสนับสนุนขบวนละ 20,000 บาท จำนวน
18 ขบวน

สำหรับการจัดงานแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552 จังหวัดอุบลราชธานี
กำหนดจัดระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม ภายใต้ชื่องาน "ฮุ่งเฮือง เมืองธรรม
บุญล้ำเทียนพรรษา ปวงประชาพอเพียง"
และนำต้นเทียนพรรษาตั้งโชว์ให้นักท่องเที่ยวชมอย่างใกล้ชิด
รอบสนามทุ่งศรีเมือง วันที่ 8 กรกฎาคม
พร้อมเคลื่อนขบวนแห่ไปรอบเมืองในวันรุ่งขึ้น
โดยต้นเทียนพรรษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะตั้งโชว์ไปจนถึงสิ้นเดือนเดียวกัน

และจังหวัดอุบลราชธานีคาดว่า การ
จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2552 แม้ประเทศอยู่ในช่วงเศรษฐกิจขาลง
แต่นักท่องเที่ยวยังให้ความสนใจ
เพราะเป็นงานประเพณีทางศาสนาปีหนึ่งจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว
จึงคาดว่าระหว่างการจัดงาน
จังหวัดจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 50
ล้านบาท

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.อุบล ฯ เตือนภัย อย่ารับประทานขนมปังไม่มีฉลาก เสี่ยงเจอหมดอายุ อันตรายถึงโรคมะเร็ง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สสจ. อุบล ฯ เตือนภัยลูกหลานเด็กเล็ก
หลังพบแม่ค้าในแถบจังหวัดภาคอีสานตอนล่างลักลอบนำขนมปังหมดอายุ มีราขึ้น
หรือขนมปังตกมาตรฐานมาตากแดด
ปาดส่วนที่มีเชื้อราออกแล้วนำมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกมัดเป็นพวง ๆ ขายส่ง
เร่ขายตามบ้าน ราคาถูกเพียงถุงละ 1 บาท ชี้อันตรายขนมราขึ้น
เสี่ยงมะเร็งตับ หากพบผู้ขายจะมีความผิด มีโทษปรับไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
จำคุก 3 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า
มีพ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้านแถบจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง นำขนมปังปอนด์ เช่น
แซนวิช ขนมปังแผ่น ทาใบเตย ขนมปังไส้ครีม
ที่ผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา แต่หมดอายุแล้ว มีราขึ้น
หรือขนมปังกรอบไส้ครีมที่ตกเกณฑ์มาตรฐาน
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตได้เปิดประมูลเพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์
แต่มีพ่อค้าดังกล่าวได้ประมูลมา แล้วนำมาตากแดด แล้วจ้างชาวบ้านในชนบท
ตกแต่งโดยตัดส่วนที่มีเชื้อราขึ้นออก แล้วนำมาบรรจุใส่ในถุงพลาสติกเล็ก ๆ
มัดเป็นพวง ๆ พวงละ 12 ถุง แล้วนำมาขายส่งในตลาดสด ราคาพวงละ 9 บาท
ให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย
นำไปขายปลีกในหมู่บ้านหรือตระเวณเร่ขายให้เด็กๆ ตามหมู่บ้านในชนบท
ราคาถุงละ 1 บาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว เป็นเรื่องมีความเสี่ยงมาก
เนื่องจากผู้ที่ซื้อขนมประเภทดังกล่าวมักเป็นเด็ก ๆ
ที่ไม่รู้ถึงพิษภัยอันตราย
การปาดเอาส่วนที่เป็นเชื้อราออกและกินส่วนที่เหลือ
เป็นการเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษจากเชื้อราได้
ซึ่งหากเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษ สารพิษก็จะซึมไปที่ด้านล่าง
หรืออยู่รอบ ๆ จุดที่ขึ้น สารพิษจากเชื้อราบางชนิดมีพิษสูงมาก
การได้รับในปริมาณน้อย ๆ มีผลทำให้สารพิษสะสมในร่างกาย
เป็นสาเหตุให้เกิดเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งตับ รวมถึงอาหารที่หมดอายุ
มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ เช่นกัน
ทั้งนี้ลักษณะของขนมหมดอายุแล้วนำมาแบ่งบรรจุใหม่
ขนมปังที่ผ่านการตกแต่งตัดส่วนที่เชื้อราขึ้นออกไปนี้ สังเกตได้ง่ายๆ
ได้แก่ ไม่มีฉลากอาหารหรือมีฉลากที่ไม่ถูกต้อง เช่นไม่มีเครื่องหมาย อย.
ไม่มีรายละเอียดสถานที่ตั้งของผู้ผลิต เป็นต้น ซึ่งข้อมูลบนฉลาก
จะช่วยให้สืบหาผู้กระทำผิด เพื่อรับผิดชอบต่อผู้บริโภคได้
หากประชาชนพบเห็นขนมเหล่านี้ อย่าซื้อให้ลูกหลานกินอย่างเด็ดขาด
และขอความร่วมมือให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
หรือแจ้งผ่านสถานีอนามัยใกล้บ้าน หรือ อสม.
เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
โดยผู้ขายมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร มีโทษปรับไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค พิมพ์ รสสุคนธ์ มณฑา ส่งข่าว

สสจ.อุบลฯเชิญชวนประชาชนร่วมงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ร่วมกับคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งจังหวัดอุบลราชธานี
จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน 2552 นี้
เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการจัดบริการสาธารณสุขตามโครงการคาราวานบริการสุขภาพเคลื่อนที่
เป็นโครงการบูรณาการงานใน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
โดยเน้นการดำเนินการเชิงรุกถึงหมู่บ้าน/ชุมชน
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด พบว่า
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
ซึ่งได้มีการดำเนินการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมถึง เมษายน 2552
รวม 4 เดือน มีจำนวนโลหิตที่ได้รับทั้งหมด 19,991 Unit
โลหิตทั้งหมดที่สามารถใช้ได้สุทธิ 18,878 Unit
สามารถจ่ายโลหิตให้แก่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 11,770 Unit
โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัด จำนวน 2,314 Unit
โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 113 Unit
ศูนย์มะเร็ง/โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี 264 Unit
และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 4,417 Unit นายแพทย์วุฒิไกร
กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนให้ได้ 100%
และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งยังเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตประจำ
เพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตใหม่และสนับสนุนให้เป็นแบบอย่างของผู้มีสุขภาพดี
ในปี 2552 นี้ จึงได้กำหนดจัดงานวัน ผู้บริจาคโลหิตโลก 2552 ขึ้น
โดยมีการกำหนดสโลแกนงานวันผู้บริจาคโลหิต ในภูมิภาคนี้ คือ " 100%
Voluntary. Non - Remunerated Blood Donation "
โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 -
14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 และ 2 อาคาร ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม
ผู้บริจาคโลหิตใหม่และผู้บริจาคโลหิตประจำ กลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ที่มีอายุระหว่าง 18 - 70 ปี
โดยผู้บริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี
2009 สำหรับ ผู้บริจาคโลหิตครั้งที่ 16,36,50,75,96,170
จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตในวันดังกล่าว
เพื่อเกิดประโยชน์ในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ต่อไป
........สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

สสจ.อบ.ร่วมกับสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีจัดกิจกรรมป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีขนส่งจังหวัด
อุบลราชธานี ได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 "
เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้สถานีขนส่ง มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1
เอ็น 1 และมีพฤติกรรมอนามัยที่ดี ป้องกันตนเองจากการระบาด
และส่งเสริมมาตรการป้องกันการระบาดด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ (
10 มิถุนายน 2552 ) นายชวน ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวใน โอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 " ณ
สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี ว่า
ในโอกาสที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้
เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนและหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการช่วยเหลือประชาชน
ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ
ในการช่วยกันป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีและต่างจังหวัด
ที่มาใช้บริการที่สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีในโอกาสต่อไป
อย่างไรก็ตามขอฝากให้มีกิจกรรมการให้ความรู้และการสร้างกระแสในเรื่องดัง
กล่าวอย่างต่อเนื่อง
เพราะสถานการณ์ในภาพรวมแล้วยังปรากฏมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนได้ช่วยกันอย่างจริงจัง
เพื่อภาพลักษณ์และเพื่อสุขภาพของประชาชนที่ดีต่อไป นายแพทย์วุฒิไกร
มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
ตามที่มีรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น
1 หรือชื่อย่อว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ประชาชนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศยกระดับการเตือนการระบาดเป็นระดับ 5 คือ
มีการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากคนสู่คน เป็นกลุ่มใหญ่และหลายกลุ่ม
อย่างน้อย 2 ประเทศในภูมิภาคเดียวกันและได้พบมีการระบาดในแถบภูมิภาคเอเซียรวมทั้งใน
ประเทศไทย สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2552
ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2552 ( วันที่ 9 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย )
พบผู้ป่วยรายงานอย่างเป็นทางการใน 73 ประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 25,288 ราย
เสียชีวิต 139 ราย
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น
1 จำนวน 13 ราย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคให้เป็น
ไปอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ " สถานีขนส่งสะอาด
ป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009"
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้สถานีขนส่ง มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1
เอ็น 1 และมีพฤติกรรมอนามัยที่ดี
ป้องกันตนเองจากการระบาดตลอดจนส่งเสริมมาตรการป้องกันการระบาดด้านการจัดการ
อนามัยสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้มีคณะ/บุคคล
เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่
/พนักงานจากสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.
) รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 300 คน
โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ( นายชวน ศิรินันทพร
)ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี
ประกอบด้วยกิจกรรมการมอบอุปกรณ์การทำความสะอาดและหน้ากากอนามัย
มอบสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรค
ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ให้กับผู้แทน/เจ้าหน้าที่/พนักงานประจำรถและอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม. )
การสาธิตการสวมหน้ากากอนามัย
มอบหน้ากากอนามัยให้กับพนักงานพร้อมผู้โดยสารบนรถประจำทางและสาธิตการทำความ
สะอาดบริเวณสถานีขนส่งต่อไป
.......................สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ...............
รสสุคนธ์ มณฑา พิมพ์/ข่าว

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวอุบลฯ ตบเท้าต้านจังหวัดหมกเม็ดดันสร้างโรงไฟฟ้าพลังแกลบ

อุบลราชธานี - ชาวบ้าน 4 หมู่บ้านในอำเภอสว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี
ตบเท้าประท้วงไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้แกลบเป็นพลัง หลังราชการงุบงิบ
ตั้งคณะทำงานดันให้ชาวบ้านเห็นด้วย
ทั้งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมชี้การขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าไม่ถูกต้องครบถ้วน
ได้ข้อสรุปโละคณะทำงานชุดเก่าทิ้ง
ตั้งนักวิชาการตัวแทนชาวบ้านและราชการทำงานร่วมกัน
เพื่อชี้ชะตาเอาหรือไม่เอาโรงไฟฟ้าแห่งนี้


เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (11 มิ.ย.)
ที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มีชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน 2 ตำบล
ของอำเภอสว่างวีระวงศ์ ประมาณ 100 คน นำโดย น.ส.สดใส สร่างโศรก
แกนนำชาวบ้านคำสร้างไชย หมู่ 17
ได้มาเรียกร้องให้จังหวัดยุติการสนับสนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้แกลบเป็น
พลังงานของ บริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด ซึ่งจะสร้างโรงไฟฟ้ากำลังผลิต
9.9 เมกกะวัตต์ในพื้นที่ 200 ไร่ ริมถนนระหว่างบ้านคำนกเป้า-บ้านคำโพธิ์
และตั้งอยู่ใจกลางชุมชนบ้านคำสร้างไชย
ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และพากันประท้วงมาตลอด

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา
กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีว่า
การขออนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าของบริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด
ไม่ถูกต้องครบถ้วน
และให้ผู้ขอใบอนุญาตแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขอตั้งโรงไฟฟ้ารวม
14 ข้อ ต่อมาจังหวัดได้มีการตั้งคณะทำงานจำนวน 11 คน
พร้อมจัดประชุมหารือเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

ปรากฏว่า คณะทำงานที่เป็นตัวแทนราชการถึง 10 คน และตัวแทนชาวบ้าน
1 คน มีความเห็นจัดทำประชาคมหาข้อสรุปควรสร้างหรือไม่สร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ในวัน
ที่ 18 มิ.ย. โดยไม่มีการให้ข้อมูลกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเห็นว่า
เป็นการทำงานแบบรวบรัดเอาใจนายทุน และผลักดันให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าให้ได้
จึงพากันออกมาประท้วง

ต่อมา นายกรณ์ มาตย์นอก
ป้องกันจังหวัดได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าหารือในห้องประชุมร่วมกับหน่วยงาน
ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของจังหวัด
โดยก่อนการหารือตัวแทนชาวบ้านนำวีซีดีที่ได้ไปถ่ายทำ
พร้อมสอบถามผลกระทบจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าของบริษัทดังกล่าว
ที่ จ.ร้อยเอ็ดมาฉายให้ผู้ร่วมประชุมดู
เพื่อแสดงให้เห็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อพืชผลทางการเกษตร
ตลอดจนความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ต้องอยู่กับฝุ่นละอองมานานหลายปี
โดยไม่ได้การแก้ไขช่วยเหลือ
จึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านออกมาต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลครั้งนี้

หลังการหารือร่วมระหว่างตัวแทนภาคราชการ และตัวแทนชาวบ้านจาก 4
หมู่บ้าน ได้ข้อสรุปคือ ยกเลิกคณะทำงานชุดเก่าที่มีแต่ตัวแทนภาคราชการ
และยังไม่ทำประชาคมหมู่บ้านหาข้อสรุปที่คณะทำงานชุดเก่ากำหนดไว้ในวันที่
18 มิ.ย. แต่จะมีการตั้งตัวแทนจาก 3 ฝ่ายเข้ามาร่วมกันเป็นคณะทำงาน
ประกอบด้วย ตัวแทนนักวิชาการที่เป็นกลาง
ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 4 หมู่บ้าน และตัวแทนภาคราชการ
เพื่อมาออกแบบกระบวนการทำประชาคม
แล้วให้ชาวบ้านร่วมกันตัดสินใจจะให้สร้างหรือไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ต่อ
ไป โดยคณะทำงานชุดใหม่จะตั้งขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้
ทำให้ชาวบ้านพอใจพากันสลายตัวไปในบ่ายวันเดียวกัน

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ขนส่งอุบลฯ ป้องกันนักท่องเที่ยวติดหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่

อุบลราชธานี - สำนักงานสาธารณสุขร่วมกับสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะจังหวัดอุบลราชธานี
รณรงค์ทำสถานีขนส่งสะอาด
พร้อมให้ความรู้พนักงานถึงวิธีป้องกันการแพร่เชื้อโรคระหว่างผู้โดยสาร
และเน้นตรวจค้นเฝ้าระวังรถโดยสารกลุ่มเป้าหมายแล่นระหว่างประเทศและเมือง
พัทยา หลังมีรายงานพบนักท่องเที่ยวได้รับเชื้อเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองดัง
กล่าว

วันนี้ (10 มิ.ย.) นายชวน ศิรินันท์พร
ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข
และสถานีขนส่งรถโดยสารสาธารณะจังหวัดอุบลราชธานี
รณรงค์สถานีขนส่งสะอาดป้องกันการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ทั้งนี้ เน้นทำความสะอาดภายในตัวอาคารสถานีขนส่งไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
ให้ความรู้แก่พนักงานถึงการป้องกันการรับเชื้อโรค
และให้พนักงานร่วมสร้างจิตสำนึกแก่ผู้โดยสารที่มีอาการป่วย
ต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างนั่งรถ
เพื่อไม่แพร่เชื้อโรคสู่ผู้โดยสารคนอื่น

การรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ยังเน้นไปในกลุ่มรถโดยสารที่วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย-ลาว
และรถโดยสารสายอุบลราชธานี-เมืองพัทยา
ซึ่งมีรายงานพบนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันที่เดินทางกลับประเทศ
ได้รับเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หลังเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา
จึงได้เน้นรณรงค์กับกลุ่มรถโดยสายดังกล่าว
เพื่อค้นหาและเฝ้าระวังไม่ให้ผู้โดยสารที่อาจติดเชื้อนำมาเผยแพร่ในพื้นที่
ของจังหวัด ปัจจุบันสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
มีการเดินรถระหว่างประเทศไทย-ลาววันละ 2 เที่ยว
และอุบลราชธานี-เมืองพัทยามีวันละ 5 เที่ยว

สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี
เมื่อเดือนพฤษภาคมมีรายงานพบคนงานชายที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้
มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่คล้ายอาการโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่หลังแพทย์ตรวจเพาะเชื้อพบเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมเท่านั้น

"พล.อ.สุรยุทธ์"ตามโครงการบ้านมั่นคงแก้ปัญหาวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำมูล

อุบลราชธานี-พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี
ติดตามโครงการปรับปรุงแก้ไขวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำมูล
หลังได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำของเทศบาลนครอุบลราชธานี
ซึ่งชาวชุมชนยื่นหนังสือร้องเรียนไว้เมื่อ 2 ปีก่อน
ปัจจุบันชาวชุมชนได้รับการพัฒนาจนมีชีวิตความอยู่ดีกว่าอดีตมาก

วันนี้( 8 มิ.ย.)พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี เยี่ยมดูโครงการบ้านมั่นคง
ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เข้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวชุมชนริมแม่น้ำมูลจำนวน 5 ชุมชน รวม 59
ครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำและทำถนนเลียบแม่น้ำมูล
ของสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี
เพราะก่อนการแก้ไขราษฎรอาศัยอยู่ในบ้านที่มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี
ซึ่งมีผลมาจากการถมดินยกระดับของโครงการดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2550
ชาวชุมชนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
ซึ่งขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สุรยุทธ์ได้หาทางช่วยเหลือ
โดยนำเงินบริจาคของเอกชนและงบประมาณสนับสนุน จากหน่วยงานภาครัฐจำนวน 45
ล้านบาทเศษ ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเลียบแม่น้ำมูลที่ได้รับผลกระทบจาก
โครงการทั้งหมด

การดำเนินงานเบื้องต้น มีการเจรจาให้เทศบาลนครอุบลราชธานี
ลดขนาดถนนให้มีความกว้างน้อยลง
เพื่อให้ชาวชุมชนได้อยู่อาศัยในที่เดิมได้ต่อไป
ต่อมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้เข้ามาจัดวางระบบพัฒนาสาธารณูปโภค
ปรับสภาพแวดล้อมชุมชน และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ในที่ดินเดิม
ทำให้ปัจจุบันชาวชุมชน
ที่เคยได้รับผลกระทบมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอดีตอย่างมาก

พล.อ.สุรยุทธ์ได้กล่าวฝากถึงโครงการแก้ไขปัญหาให้คนตามชุมชนเลียบแม่
น้ำมูลว่า ขอให้คนชุมชนริมแม่น้ำมูลรักษาความเป็นสังคมของคนริมมูล
ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
เพราะเราจะมองข้ามปัจจัยทางธรรมชาติไม่ได้
จึงต้องสร้างบ้านใต้ถุนสูงเผื่อช่วงน้ำหลากเกิดน้ำท่วม
ชาวชุมชนต้องตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ เรื่องที่สองคือการรักษาภูมิทัศน์
เพราะจุดนี้คือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เมืองอุบลราชธานี

ทำอย่างไรที่จะรักษาภูมิทัศน์บริเวณนี้
ให้เป็นตัวอย่างของจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงการฟื้นฟูอย่างที่เห็นอยู่ขณะ
นี้ เพราะควรจะเป็นตัวอย่างให้ที่อื่นได้ต่อไป
เพียงให้ชุมชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแก้ไขด้วยเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ปัจจุบันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ยังเข้าแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่อยู่อาศัยระหว่างหน่วยงานรัฐกับชาวชุมชน
รวมทั้งดำเนินการพัฒนา
ปรับปรุงยกระดับคุณภาพชีวิตตามโครงการบ้านมั่นคงให้กับ 14 ชุมชน จำนวน
974 ครัวเรือน 3,896 รายในจังหวัดอุบลราชธานี
และมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ให้ชาวชุมชนวัดหลวง ชุมชนกุดคูณ
ชุมชนเยาวเรศ 1 และ 2 เช่าที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในราคาถูกตารางวาละ 25
สตางค์เป็นเวลา 30 ปี โดยมีนายอิสสระ สมชัย
รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นสักขีพยานในวันนี้ด้วย

จับ "อ๋อย ทองยาได" นักค้าของเถื่อนรายใหญ่อุบลราชธานี

อุบลราชธานี-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานี อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
บุกรวบตัวนายสุปัญญา กุลไชยกุล หรือ "อ๋อย ทองยาได"
หัวหน้าแก๊งปล่อยเงินกู้ ค้าของเถื่อนรายใหญ่
หลังเฝ้าดูพฤติกรรมตั้งต้นเป็นมาเฟีย พร้อมยึดของกลางทั้งอาวุธปืน ยาบ้า
รถยนต์ รถจักรยานยนต์ได้จำนวนมาก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้(6 มิ.ย.)พ.ต.อ.อภิศักดิ์ เดชะคำภู
ผกก.สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุมนายสุปัญญา หรือ "อ๋อย
ทองยาได" กุลไชยกุล อายุ 35 ปี ขาใหญ่หัวหน้าแก๊งค้ายาบ้าและขโมยรถยนต์
รถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศลาว โดยมีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 11/13
ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
แต่มาเปิดร้านขายเนื้อย่างเกาหลีบังหน้าที่บ้านเลขที่ 16 ถ.เทศบาล 13
ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ โดยให้นางสุชาวดี ยานารัมย์ ภรรยาเป็นผู้ดูแล

จากการจับกุมนายการันต์ หรือโอม กอบสุข อายุ 26 ปี
นักค้ายาบ้าพร้อมของกลางรถยนต์พาหนะใช้ขนส่งยาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน
มา และทราบว่านายการันต์เป็นหนึ่งในกลุ่มค้ายาบ้าที่มีนายสุปัญญาเป็นหัวหน้า
เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าประกบติดตามดูพฤติกรรมนายสุปัญญา และเมื่อค่ำวันที่ 5
มิถุนายนได้ส่งสายเข้าไปล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาและภรรยาจำนวน 20 เม็ด

เมื่อนายสุปัญญาหลงกล
จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุมได้พร้อมลูกน้องเป็นชายอีก 5 คน
ยึดรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยมาซุกซ่อนอยู่หลังร้าน 6 คัน รถยนต์เก๋ง
และรถยนต์กระบะอย่างละ 1 คัน อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .38 กระสุนปืน 8
นัด เงินสดใช้ล่อซื้อ 4,900 บาท
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)
ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอาวุธปืน
อ้างว่าได้รับจำนำไว้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีรวม 3
ข้อหา

สำหรับพฤติกรรมของนายสุปัญญา หรือรู้จักดีในวงการว่า "อ๋อย
ทองยาได" เป็นบุคคลเป้าหมายรายสำคัญที่เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพฤติกรรมาตลอด
เพราะเป็นกลุ่มค้าอาวุธปืนเถื่อน ค้ายาเสพติด
และส่งรถโจรกรรมไปขายในประเทศลาว รวมทั้งปล่อยเงินกู้นอกระบบ
หากผู้กู้เงินไม่ชำระเงินกู้ตามนัด จะถูกข่มขู่คุกคามทำร้ายร่างกายด้วย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้จับกุมนายเคล็ด และนายนุ (นามสมมติ)
วัยรุ่น 2 พี่น้องอายุ 16 และ 17 ปี
ซึ่งก่อคดีใช้เท้าถีบชิงรถจักรยานยนต์จากผู้เสี

"อิสสระ" ยันไม่ติดยึดตำแหน่งหลังผลสอบปลากระป๋องเน่า "วิฑูรย์" ไม่ผิด พร้อมคืนเก้าอี้

อุบลราชธานี -นายอิสสระ สมชัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เผยพร้อมคืนตำแหน่งให้ นายวิฑูรย์ นามบุตร หลังผลสอบปลากระป๋องเน่าไม่ผิด
เพราะถือเป็นรัฐมนตรีส้มหล่นไม่เคยคิดจะได้เป็นมาก่อน
พร้อมทั้งเร่งผลักดันกฎหมายเอาผิดขอทานให้ทันอายุรัฐบาลนี้

นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เป็นประธานมอบเงินสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจำนวน 511 ราย
คิดเป็นเงินกว่า 763,000 บาท ให้ราษฎรสูงอายุในตำบลเมืองศรีไค
อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมสอบสวนถุงยังชีพที่นำไปแจกชาวบ้านจังหวัด
พัทลุง และมีปลากระป๋องเน่า ว่า ผลการสอบสวนของคณะกรรมสรุปว่า นายวิฑูรย์
นามบุตร อดีต รมว.คนเก่า ไม่มีความผิด

"และถ้า นายวิฑูรย์ ต้องการได้ตำแหน่งคืน
ก็ต้องไปแสดงความประสงค์กับนายกรัฐมนตรีว่า
ท่านต้องการกลับมาเป็นรัฐมนตรี ก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดข้อขัดแย้งในพรรคหรือเปล่า นายอิสสระ
ยืนยันว่า ตนไม่ติดยึดและเคยเรียนนายกรัฐมนตรีไว้แล้วว่า
ถ้าจะเปลี่ยนก็ยินดี ถ้าเห็นควรต้องเปลี่ยนแปลงก็ไม่ขัดข้อง
เพราะไม่เคยคิดจะได้มาเป็นรัฐมนตรีมาก่อนเลย

ขณะเดียวกัน นายอิสสระ
ยังกล่าวถึงการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการเอาผิดขอทาน
ซึ่งเสนอเข้าขอความเห็นชอบกับคณะรัฐมนตรีแล้ว
แต่คณะรัฐมนตรีต้องการให้ปรับปรุงเพิ่มเติมในประเด็นขอทานต้องขอใบอนุญาต
เพราะคณะรัฐมนตรีเห็นว่าสังคมคงรับไม่ได้ที่ขอทานต้องขอใบอนุญาต
พร้อมจะกลายเป็นว่าประเทศยอมรับให้มีขอทานได้
ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว
ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดในยกร่างกฎหมายอยู่
โดยจะทำให้ทันอายุรัฐบาลนี้

ขนส่งอุบลฯคาดประมูลเลขรถสวยครั้งที่ 3 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ

อุบลราชธานี -ขนส่งจังหวัด อุบลราชธานี
นำแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถสวยหมวด "กต" จำนวน 301 เลขหมาย
ให้ผู้สนใจประมูลเป็นเจ้าของ เชื่อเลขมงคล กต 9999 ทำราคาไม่ต่ำกว่า 1
ล้านบาท ตั้งเป้ามีรายได้จากการประมูลครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท
โตสวนกระแสเศรษฐกิจทรุด

วันนี้ (4 มิ.ย.) นายอรรถ ศรีสำรวล
ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
แถลงข่าวการเปิดประมูลแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยครั้งที่ 3
ในหมวดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋ง หมวดอักษร "กต" จำนวน 301 หมายเลข
ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายนศกนี้
โดยตั้งเป้าจะมีประชาชนที่ต้องการเป็นเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยเข้า
ร่วมประมูลแข่งขันมากกว่าทุกครั้ง
และจะมีรายได้จากการเปิดประมูลครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท

สำหรับหมายเลขทะเบียนที่คาดว่าจะทำราคาประมูลสูงสุดไม่ต่ำกว่า 1
ล้านบาท คือ แผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน กต 9999 อุบลราชธานี
เพราะคนไทยถือเป็นเลขมงคล สำหรับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่นำออกมาให้ประมูล
นอกจากเป็นหมายเลขประจำรถที่สวยแล้ว
บนพื้นแผ่นป้ายได้นำภาพสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งรูปต้นเทียนพรรษา ภาพเขียนสีอายุ 4,000 ปี ของผาแต้ม
และภาพเสาเฉลียงโบราณมาสกรีนไว้ด้วย
เพื่อสร้างความแตกต่างจากแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถทั่วไป

นายอรรถ กล่าวอีกว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ได้ทำการประมูล
ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ประมูลได้ การโอนถ่ายไปยังบุคคลอื่น
ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของผู้ประมูลได้เท่านั้น
ส่วนรายได้จากการเปิดประมูลแผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยครั้งแรกปี 2548
จังหวัดอุบลราชธานี ได้เงินจากการประมูลทั้งสิ้น 5,846,500 บาท

ส่วนครั้งที่สองปี 2550 มีรายได้ 9,468,055 บาท
ทำให้เชื่อมั่นว่าการเปิดประมูลครั้งนี้
จะมีรายได้จากการประมูลไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท โตสวนกระแสเศรษฐกิจประเทศ
เนื่องจากยังมีผู้ต้องการได้แผ่นป้ายทะเบียนเลขรถสวยไว้ในครอบครอง

สำหรับเงินที่ได้จากการประมูลเลขรถสวยกรมการขนส่งทางบก
จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ
กปถ.เพื่อจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน
รวมทั้งใช้จัดซื้อเครื่องมือตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ลด
อุบัติเหตุ พร้อมทั้งยังนำเงินไปใช้ฝึกฝนคนตกงานเข้ารับการอบรมฝึกทักษะเป็นพนักงานขับ
รถขนส่งมือทอง เพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุกับรถโดยสารสาธารณะ
และรถบรรทุกรับจ้างทั่วไป รวมทั้งใช้ซื้อรถเข็น ไม้เท้าค้ำยัน แขน
และขาเทียนช่วยผู้พิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.อุบลฯเชิญชวนประชาชนร่วมงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ร่วมกับคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งจังหวัดอุบลราชธานี
จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน 2552 นี้
เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
นายแพทย์วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
จังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการจัดบริการสาธารณสุขตามโครงการคาราวานบริการสุขภาพเคลื่อนที่
เป็นโครงการบูรณาการงานใน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
โดยเน้นการดำเนินการเชิงรุกถึงหมู่บ้าน/ชุมชน
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด พบว่า
หน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
ซึ่งได้มีการดำเนินการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมถึง เมษายน 2552
รวม 4 เดือน มีจำนวนโลหิตที่ได้รับทั้งหมด 19,991 Unit
โลหิตทั้งหมดที่สามารถใช้ได้สุทธิ 18,878 Unit
สามารถจ่ายโลหิตให้แก่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 11,770 Unit
โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัด จำนวน 2,314 Unit
โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 113 Unit
ศูนย์มะเร็ง/โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี 264 Unit
และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 4,417 Unit นายแพทย์วุฒิไกร
กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ให้ได้ผู้บริจาค
โลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนให้ได้ 100%
และบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งยังเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตประจำ
เพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตใหม่และสนับสนุนให้เป็นแบบอย่างของผู้มีสุขภาพดี
ในปี 2552 นี้ จึงได้กำหนดจัดงานวัน ผู้บริจาคโลหิตโลก 2552 ขึ้น
โดยมีการกำหนดสโลแกนงานวันผู้บริจาคโลหิต ในภูมิภาคนี้ คือ " 100%
Voluntary. Non - Remunerated Blood Donation "
โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 -
14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 และ 2 อาคาร ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม
ผู้บริจาคโลหิตใหม่และผู้บริจาคโลหิตประจำ กลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป
ที่มีอายุระหว่าง 18 - 70 ปี
โดยผู้บริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปี
2009 สำหรับ ผู้บริจาคโลหิตครั้งที่ 16,36,50,75,96,170
จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตในวันดังกล่าว
เพื่อเกิดประโยชน์ในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ต่อไป รสสุคนธ์
มณฑา/พิมพ์ข่าว ปุศยาการย์ ธนะพงศ์ชัยภัทร/ส่งข่าว

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฝนมาชาวบ้านเก็บอาหารป่าขายสร้างรายได้ สสจ.เตือนกินเห็ดมั่วถึงตาย

อุบลราชธานี - ชาวบ้านอุบลราชธานี ซึ่งอาศัยอยู่ตามป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน
เก็บของป่าเข้ามาขายในตลาดกันคึกคัก
โดยอาหารจากธรรมชาติทำรายได้ให้ชาวบ้านคนละ 300-500 บาทต่อวัน
ด้านสาธารณสุขเตือนชาวบ้าน ไม่มีความรู้เรื่องเห็ดอย่าเก็บเห็ดมาทำอาหาร
เพราะปีนี้กินเห็ดพิษตายแล้ว 1 ราย

วันนี้ (2 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า
ในพื้นที่มีฝนตกติดต่อหลายวัน ทำให้อาหารป่าหลายชนิดเจริญเติบโตเต็มที่
ชาวบ้านตามป่าชุมชนอาทิ ป่าอนุรักษ์ดงขุมคำ อ.ตระการพืชผล
ป่าชุมชนบ้านท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ ป่าชุมชนบ้านโนนกลาง อ.วารินชำราบ
พากันออกเก็บของป่านำเข้ามาขายในตัวเมือง โดยไข่มดแดง
ซึ่งนิยมนำไปทอดกินกับไข่ทอด หรือเอาไปทำก้อย
ทำลาบมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท

ส่วนอาหารในกลุ่มแมลง เช่น ตัวจิโป่ม ตัวจินูน ร้อยตัว 90 บาท
สำหรับปลานาที่มีทั้งปลาช่อน ปลากดุก มีราคาขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท
ทำรายได้ให้ชาวบ้านที่นำมาจำหน่ายรายละ 300-500 บาทต่อวัน
ส่วนอาหารป่าอีกชนิดที่เป็นที่ต้องการของนักบริโภคอาหารจากธรรมชาติ คือ
เห็ดปลวก เห็ดละโงก ทั้งชนิดขาวและแดง ซึ่งมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ
150-300 บาท ช่วงนี้ยังมีเข้าสู่ตลาดไม่มาก เพราะมีคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า
เมื่อเก็บหาได้ก็นำส่งให้ผู้สั่งซื้อทันที

ขณะเดียวกัน นพ.วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
แนะนำว่า การเลือกซื้อเห็ดไปบริโภคต้องซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีความชำนาญ
สำหรับชาวบ้านที่พบเห็ดตามธรรมชาติ
หากไม่มีความรู้เรื่องเห็ดไม่ควรเก็บนำไปบริโภค
เพราะอาจเป็นเห็ดพิษที่ทำลายระบบการทำงานไต ทำให้ไตวายเสียชีวิตได้
โดยเดือนเมษายนปีนี้มีราษฎร อ.เขมราฐ
เก็บเห็ดพิษทำไปอาหารจนเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061712

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวเดชอุดมประท้วงเทศบาลไม่เอาบ่อขยะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 พฤษภาคม 2552 12:37 น.



อุบลราชธานี - ชาวบ้านและนักเรียนอำเภอเดชอุดม จ.อุบลราชธานีกว่า 200 คน
ประท้วงไม่เอาโครงการสร้างบ่อทิ้งขยะ
หลังเคยร่วมต้านจนเทศบาลต้องหยุดไม่ทิ้งขยะเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
แต่เมื่อได้งบประมาณมากว่า 78 ล้านบาท เริ่มเดินหน้าทำใหม่
ทำให้ชาวบ้านพากันออกมาต้านอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อขยะบ้านกลาง ต.กลาง อ.เดชอุดม
จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านและนักเรียนในหมู่บ้านกว่า 200 คน
ประท้วงไม่ต้องการให้สำนักงานเทศบาลเมืองเดช อ.เดชอุดม
กลับเข้ามาก่อสร้างโรงกำจัดและบ่อขยะมูลค่ากว่า 78 ล้านบาท
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยโครงสร้างเป็นบ่อขยะแบบฝังกลบเนื้อที่ 20 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 108
ไร่

ทั้งนี้ บ่อทิ้งขยะดังกล่าวอดีตเป็นบ่อขยะแบบเปิดไม่มีการกลบฝัง
จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ขยะส่งกลิ่นเหม็น
มีกลุ่มควันจากการเผาขยะลอยไปในอากาศ และทำแหล่งน้ำของชาวบ้านเน่าเสีย

เมื่อเดือนเมษายน 2551 ชาวบ้านตำบลกลาง และตำบลตบหูรวม 6 หมู่บ้าน
ได้รวมตัวประท้วง
จนสำนักงานเทศบาลต้องสั่งปิดบ่อขยะเมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
แต่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา
สำนักงานเทศบาลเมืองเดชได้มาทำประชามติกับชาวบ้าน
พร้อมชี้แจงโครงการก่อสร้างบ่อขยะแบบฝังกลบที่ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 78
ล้านบาท ผลการลงประชามติปรากฏชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างบ่อขยะใน
ที่เดิม เพราะยังเกรงปัญหาด้านมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่เคยประสบมา

แต่มีแนวโน้มสำนักงานเทศบาลเมืองเดชจะใช้หน่วยงานราชการต่างๆเข้ามา
บีบให้ก่อสร้างได้ จึงพากันออกมาประท้วง
เพื่อยืนยันความเห็นของชาวบ้านที่ไม่ต้องการบ่อขยะแห่งนี้
เพราะมีชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคผิวหนังจากการสัมผัสน้ำจากแหล่งทิ้งขยะเป็น
ผื่นคันตามตัว และเชื่อว่าสาเหตุชาวบ้านป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและโรคมะเร็ง
เกิดจากบ่อขยะแห่งนี้ด้วย

ด้าน นายหนูกร ศิริจันทร์ สมาชิก
อบต.บ้านกลางแกนนำชาวบ้านกล่าวว่า
บ่อขยะส่งผลเสียต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
ซึ่งก่อนหน้ามีข้อตกลงจะไม่นำขยะมาทิ้งอีกต่อไปแล้ว
จนกระทั่งได้งบประมาณมาใหม่ ก็จะเข้ามาทำอีก ทำให้ชาวบ้านไม่ยอม
เพราะขัดหลักเกณฑ์การตั้งบ่อขยะหลายประการ
ทั้งที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนเกินไป ไม่มีระบบการกำจัดขยะที่ถูกสุขลักษณะ
สร้างมลภาวะทางอากาศและทางน้ำ

ถ้าสำนักงานเทศบาลเมืองเดชยืนยันจะเข้ามาสร้างบ่อขยะให้ได้
ชาวบ้านก็จะรวมตัวต่อต้านอย่างเข้มข้นต่อไป

ส่วน นายวิทยา เทียมสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเดช
เจ้าของบ่อขยะกล่าวว่า จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า
โครงการสร้างบ่อขยะจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ได้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างดี
สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านมลภาวะเป็นพิษทุกด้าน ทั้งปัญหาแมลงวัน
หรือแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ

สำหรับการจะย้ายสถานที่สร้างบ่อขยะไปพื้นที่อื่น นายวิทยาระบุว่า
เป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้งบประมาณสูง
และต้องมีการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมอีก
แต่สำหรับที่บ่อขยะบ้านกลางมีประสบการณ์การเป็นบ่อขยะมาแล้ว
เพียงจัดวางระบบบริหารจัดการให้ดีกว่าในอดีต ชาวบ้านน่าจะยอมรับได้
ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป
และยังไม่คิดล้มเลิกโครงการสร้างบ่อขยะแม้ถูกต่อต้านอยู่ขณะนี้

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060875

เฟรชชี่ ม.อุบลฯ เดินเท้าเข้าวัดอธิษฐานจิตลดละเลิกอบายมุกทุกชนิด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

อุบลราชธานี- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ร่วมกับนักศึกษารุ่นพี่พานิสิตน้องใหม่ชั้นปี 1 กว่า 3,600 คน
เดินเท้ากว่า 6 ก.ม.เข้าวัดปฏิบัติธรรมร่วมอธิษฐานจิตลดละเลิกอบายมุข
แทนการจัดกิจกรรมรับน้องแบบพิเรนทร์

วันนี้ (31 พ.ค.) ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และคณาจารย์นำนิสิตใหม่ชั้นปีที่ 1 จาก
10 คณะ จำนวนกว่า 3,600 คน เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มุ่งหน้าไปยังวัดหนองป่าพงระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร
เพื่อปฏิบัติธรรมอธิฐานจิตจะลดละเลิกอบายมุกทุกชนิด
โดยเฉพาะเลิกสูบบุหรี่ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก

พร้อมไหว้สักการะอัฐิธาตุของพระโพธิญาณเถระ หรือ หลวงพ่อชา
เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวนักศึกษาเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
และนักศึกษารุ่นพี่ได้ถือเอาการนำนักศึกษาใหม่เข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็น
กิจกรรมรับน้อง แทนการจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักศึกษาใหม่ของรุ่นพี่ที่มีแนว
ความคิดไม่สร้างสรรค์ด้วย

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ยังจัดปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาปริญญาโท
และระดับมหาบัณฑิตปริญญาเอกจาก 8 คณะ 45 หลักสูตร จำนวน 1,298 คน
ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายผลิตบัณฑิต ตามความต้องการของสังคมและท้องถิ่น
เพื่อให้บัณฑิตทั้งหมดใช้ความรู้ไปสร้างความเจริญให้ชุมชนและท้องถิ่นที่ตน
เองอยู่ด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060915

เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงรณรงค์วันปลอดบุหรี่ 3 จังหวัดอีสานใต้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

อุบลราชธานี- เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
จัดรณรงค์พระภิกษุสามเณรงดสูบบุหรี่ เพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้น
พร้อมประกาศให้วัด 171 แห่ง ใน 3 จังหวัดอีสานใต้
เป็นวัดปลอดบุหรี่อย่างเด็ดขาดแล้ว

วันนี้ (31 พ.ค.) ที่วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
พระมหาวรวุฒิ ปญุญาวุฑุโฒ
เลขาธิการเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
พร้อมสมาชิกเครือข่ายได้จัดรณรงค์พระภิกษุและสามเณรไม่สูบบุหรี่ทั้งในและ
นอกวัด และได้ประกาศรายชื่อวัดจำนวน 171 วัด ในเขต 3 จังหวัดอีสานตอนล่าง
คือ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างเด็ดขาดแล้ว

พระมหาวรวุฒิ ยังกล่าวว่า ผลจากการสำรวจความเห็นของประชาชนร้อยละ
80 ต้องการให้พระเณรมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ปราศจากโรคที่เกิดจากบุหรี่
ญาติโยมในเขตที่วัดทั้งหมดตั้งอยู่
ก็จะงดการถวายบุหรี่ให้แก่พระภิกษุสามเณรที่จำพรรษาอยู่ในวัดทั้งหมด

รวม ทั้งเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศิลธรรม
ยังตั้งเป้าขยายพื้นที่รณรงค์ให้มีวัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ให้มากยิ่งขึ้นในเขต
ภาคอีสานต่อไปด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061016