วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารทำเจลราคาถูกสู้หวัดใหญ่ 2009

อุบลราชธานี- เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ใช้นโยบายเชิงรุกจับเด็ก
นร.ล้างมือก่อนเข้าเรียน พร้อมใช้ปรอทวัดไข้ตรวจหานักเรียนที่ป่วย
เพื่อคัดกรองแยกออกจากกลุ่ม
พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่มาติดต่องาน
และอบรมทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อราคาถูกให้หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน
และชุมชนใช้เองด้วย

วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักงานเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7
ใช้นโยบายเชิงรุกต้านการระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยนำตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร ร้านค้า และชุมชนจำนวน 100 คน
ผลิตเจลใช้ล้างมือฆ่าเชื้อโรคไข้หวัด 2009 ราคาถูกใช้เอง
เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ซึ่งนับวันทวีความรุนแรงและระบาดเป็นวงกว้างไปทุกพื้นที่ของจังหวัด

สำหรับการอบรมทำเจลฆ่าเชื้อ
เมื่อเทียบปริมาณและราคาที่ซื้อตามท้องตลาด
การทำเจลใช้เองจะมีราคาถูกกว่าถึงร้อยละ 60

นางคนึงนิจ โกศัลวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7
จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันเจลล้างมือใช้ฆ่าเชื้อโรคมีราคาแพงขึ้น
และสินค้าเริ่มขาดตลาด เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
จึงร่วมกับหน่วยงานปกครองท้องถิ่นจัดอบรมเจ้าหน้าที่ ตัวแทนองค์กรเอกชน
และตัวแทนชุมชนผลิตเจลล้างมือราคาถูกใช้เอง
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสกัดกั้นไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัด
2009 ขยายตัวเป็นวงกว้างออกไป
ซึ่งสถาบันจะตระเวนให้ความรู้การทำเจลฆ่าเชื้อโรคให้ครบทุกอำเภอของจังหวัด
ด้วย

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์
นายกเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหารกล่าวว่า
ปัจจุบันเทศบาลใช้นโยบายเชิงรุกรับมือการระบาดเชื้อไข้หวัด 2009
โดยตามสถานศึกษานักเรียนต้องล้างมือในจุดที่จัดไว้ก่อนเข้าเรียน
และให้ครูผู้สอนใช้ปรอทวัดอุณหภูมิสแกนหานักเรียนที่มีอาการป่วยเป็นไข้
เพื่อคัดกรองให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านหรือส่งต่อให้แพทย์ตรวจดูอาการ

ส่วนประชาชนที่เข้ามาติดต่อกับเทศบาล
ต้องล้างมือและรับแจกผ้าอนามัยปิดปากระหว่างเข้ามาติดต่องาน
เพื่อป้องกันทั้งตัวเจ้าหน้าที่และประชาชน
การใช้มาตรการเข้มงวดกวดขันไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก
แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้

สำหรับการอบรมทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อราคาถูกใช้เอง
จะหมุนเวียนอบรมไปให้ครบทุกหน่วยงาน
เพื่อให้หน่วยงานและชุมชนมีเจลฆ่าเชื้อไว้ใช้เอง
แก้ปัญหาเจลขาดตลาดและมีราคาแพง

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ท้องฟ้าไม่เป็นใจมองเห็นสุริยุปราคาน้อย

อุบลราชธานี - นักดาราศาสตร์ชี้แม้ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดวันนี้
จังหวัดอุบลราชธานีมองเห็นเป็นช่วงๆระยะเวลาสั้นๆ
แต่ปีหน้าจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนให้ชมกลางเดือน ม.ค.
สำหรับวันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้
จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคารับวันขึ้นปีใหม่ด้วย

วันนี้ (22 ก.ค.) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อ.เมือง
จ.อุบลราชธานี ได้ตั้งกล้องใช้ดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาให้ผู้สนใจชมปรากฏการณ์ดังกล่าว
จำนวน 2 ตัว แต่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาในระยะเวลาสั้นๆ
เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีเมฆคอยบดบังดวงอาทิตย์
ทำให้มองเห็นปรากฏการณ์ได้เพียงลางๆ

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
จึงจัดทำภาพจำลองการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
รวมทั้งจัดนิทรรศการทางดาราศาสตร์
และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 4
ซึ่งได้รับการเชิดชูเป็นพระบิดานักวิทยาศาสตร์ไทย
เพราะทรงคำนวณการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวงที่ ต.หว้ากอ
จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ในเวลา 11.36 น. วันที่ 18
ส.ค.2411

นายพิมล ไท้ทอง หัวหน้างานดาราศาสตร์
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า
แม้การรับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศ
แต่ในวันที่ 15 ม.ค.2553 ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป
จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวนให้ชมกันอีกครั้ง

สำหรับกลางดึกคืนวันที่ 31 ธ.ค.52
ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ก็จะมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาให้ชมตั้งแต่เวลาประมาณ
02.00 น.ด้วย

อุบลฯ ฝนตกไม่หยุดต้นข้าวยืนตาย-แม่น้ำมูลสูงขึ้นต่อเนื่อง

อุบลราชธานี - อุบลฯ สภาพอากาศยังปิดต่อเนื่อง และมีฝนตกลงมาเป็นระยะ
ส่งผลต่อต้นข้าวเริ่มเน่าจากน้ำขัง
ส่วนแม่น้ำมูลมีระดับน้ำสูงขึ้นรวดเร็ว
จ่อล้นตลิ่งไหลท่วมเรือนบ้านสองฝั่งแม่น้ำแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.)
จังหวัดอุบลราชธานียังคงมีสภาพอากาศมืดครึมมาตลอดสัปดาห์
และมีฝนตกลงมาเป็นระยะ
ส่งผลกระทบต่อกล้าในนาข้าวของเกษตรกรบางส่วนกลายเป็นสีเหลือง
เพราะถูกน้ำฝนขังเป็นเวลานาน ทำให้เกิดโรคจากความชื้นของอากาศ
ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลเริ่มสูงขึ้น

โดยที่สถานีวัดน้ำเอ็ม 7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง
จ.อุบลราชธานี ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำตอนล่าง จ.นครราชสีมา
ระบุว่าระดับน้ำมูลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ระดับ 110.19
ซึ่งอยู่ในข่ายมีน้ำมาก เพราะมีน้ำจากด้านเหนือไหลมารวมกัน
หากปริมาณน้ำยังสูงต่อเนื่อง
สามารถเอ่อล่นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำได้

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี
ระบุว่าสภาพอากาศยังมีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 60

อบจ.อุบลฯ โชว์ผลงานแก้จนเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวแก่นายก อบจ.ทั่วประเทศ

อุบลราชธานี - องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
เป็นเจ้าภาพจัดประชุมกำหนดกรอบทำงานเกี่ยวกับร่างกฎหมายท้องถิ่นฉบับใหม่
พร้อมใช้การประชุมเป็นโอกาสเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นการใช้จ่าย
และรณรงค์สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ 2009
ในการเข้าประชุมด้วย

วันนี้ (23 ก.ค.) ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี
ประธานนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
ประชุมนายกและผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 3,000 คน
เพื่อรับฟังและกำหนดกรอบการทำงานเกี่ยวกับร่างกฏหมายราชการส่วนท้องถิ่นที่
จะนำมาบังคับใช้ในอนาคตจำนวน 4 ฉบับ
ซึ่งมีผลต่อการกระจายอำนาจและการบริหารงาน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดและตำบล

นอกจากนี้
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานียังได้จัดโปรแกรมนำนายกและผู้บริหาร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 3,000 คน
กระจายเดินทางเป็นกลุ่มไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ
เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว
และทำให้เกิดการใช้จ่ายตามแหล่งท่องเที่ยว
รวมทั้งเสนอผลงานแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการช่วยเหลือประชาชน เช่น
โครงการชลประทานระบบท่อ
ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำไปให้เกษตรกรที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำมีน้ำใช้ทำ
เกษตรกรรม โดย อบจ.อุบลราชธานีใช้เป็นโยบายหลักในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการทำเกษตรกรรม
ตามชุมชนในระยะ 5 ปีข้างหน้าด้วย

สำหรับการเข้าประชุมสัมมนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ในฐานะเจ้าภาพได้รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยให้เจ้าหน้าที่
อบจ.จากทั่วประเทศสวมป้องกันการแพร่เชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ในการเข้าร่วมประชุมด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083320

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ตรวจเข้มไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 แบบ One Stop Service

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เปิดบริการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 แบบครบวงจร One Stop Service
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน เฉพาะกิจ
เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ขณะนี้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช1 เอ็น1
ยังมีการแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
แม้ว่าโรคดังกล่าวจะมีอาการไม่รุนแรงมากนักในคนปกติ
และสามารถรักษาให้หายได้ หากเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรก
แต่โรคดังกล่าวสามารถแพร่ระบาดจากผู้ที่กำลังป่วยไปสู่คนใกล้ชิดได้อย่างรวด
เร็ว เพราะเป็นโรคสายพันธุ์ใหม่ที่คนทั่วไปยังไม่มีภูมิต้านทานโรค
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โรคดังกล่าว
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
จึงได้เปิดบริการการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยที่มีอาการ มีไข้ ไอ
จาม ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย
หรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยหรือเดินทางเข้าไปในจังหวัดหรือพื้นที่ที่
มีการระบาดของโรคภายใน 7 วัน
และดูแลเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่สุขภาพอ่อนแอ อาทิ ผู้ป่วยเรื้อรัง
ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ
และเด็กเล็ก นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
กล่าวว่า จากที่ตั้งหน่วยคัดกรองเฉพาะกิจมาตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2552
ณ บริเวณอาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 ซึ่งในแต่ละวันมีผู้มารับการตรวจ
ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. ประมาณ 240 รายต่อวัน
ทำให้มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อผู้มารับบริการ และในวันพุธที่ 15 กรกฎาคมนี้
เป็นต้นไป ได้ย้ายไปเปิดให้บริการตรวจคัดกรองครบวงจร แบบ One Stop
Service สำหรับ ผู้ที่มีอาการสงสัย คือ มีไข้ ไอ จาม ปวดศีรษะ
ปวดเมื่อยตามร่างกาย ที่บริเวณพลับพลาเรือนไทย หน้าอาคาร 50
พรรษามหาวชิราลงกรณ เมื่อผู้มีอาการน่าสงสัยเข้ามารับบริการ
ก็จะได้รับการบริการ ณ จุดนี้จุดเดียวแบบครบวงจรที่สะดวก รวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ ทั้งการนั่งรอตรวจ การทำบัตร ซักประวัติ วัดสัญญานชีพ
การพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค์ และการรับยาตลอดจนคำแนะนำ การดูแลตนเอง
และการปฏิบัติตัวในสังคมจากเภสัชกรและทีมสุขศึกษา ประชาสัมพันธ์ ,
ทีมเวชกรรมสังคม ในส่วนของการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลนั้น
ได้จัดเตรียมระบบการรองรับไว้แล้ว
หากมีผู้ป่วยหนักจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ทั้งระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
การจัดห้องแยกโรคเป็นการเฉพาะที่ได้มาตรฐานสามารถควบคุมโรคได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมไว้แล้วถึง 10
ห้องที่มีวงจรปิดและโทรศัพท์สำหรับให้ผู้ป่วยติดต่อกับญาติ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องช่วยหายใจ ยาและเวชภัณฑ์อื่น ๆ
ตลอดจนการให้บริการรักษาพยาบาลโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
เพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดออกไป
จึงนับได้ว่าขณะนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
มีความพร้อมในทุกด้านในการรองรับสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ที่มีอาการไข้หวัดธรรมดาไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ควรดูแล
สุขภาพด้วยตนเองที่บ้าน โดยการพักผ่อนที่เพียงพอ
รับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ
ก็จะสามารถหายได้เองภายใน 5 - 7 วัน แต่หากภายใน 2 - 3 วัน
อาการยังไม่ดีขึ้นมีไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบไปพบแพทย์ ณ
โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โทร.045-244973 ต่อ 1390 วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 14
ก.ค.52


โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
รับการตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาลประจำปี 2552
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
รับการตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาลประจำปี 2552 วันที่ 14
กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมการบริหารชั้น 5 อาคาร 50
พรรษามหาวชิราลงกรณ นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
ต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถานพยาบาล
จากกองประสานการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานคร
ซึ่งได้เข้าทำการตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาล
เนื่องจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลให้บริการทางการแพทย์แก่ลูกจ้างผู้ประกันตน
ซึ่งจะมีการตรวจประเมินทุกปี โดยสำนักงานประกันสังคม
ได้จัดให้คณะที่ปรึกษาทางการแพทย์
และที่ปรึกษาทางการพยาบาลของสำนักงานประกันสังคมดำเนินการเยี่ยมสำรวจและ
ตรวจประเมินคุณภาพและมาตรฐานของสถานพยาบาล
โดยได้จัดทำแนวทางการเยี่ยมสำรวจ
เพื่อเป็นข้อมูลให้สถานพยาบาลทราบและได้กำหนดแบบข้อมูลสถานพยาบาลและแบบ
ประเมินเครื่องชี้วัดคุณภาพสถานพยาบาล เพื่อให้สถานพยาบาลกรอกข้อมูลต่าง
ๆ ในการดำเนินงานของสถานพยาบาล
และยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจของสถานพยาบาลเกี่ยวกับสิทธิรักษา
พยาบาลของผู้ประกันตน การบริหารจัดการข้อมูล
และการจัดวิธีการตรวจสอบสิทธิให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของสำนักงานประกัน
สังคม โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้คณะผู้ตรวจประเมินได้ทำการเดินเยี่ยมสำรวจและ
ประเมินคุณภาพการให้บริการทางการพยาบาล ด้านมาตรฐานทั่วไป
มาตรฐานบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มาตรฐานบริการผู้ป่วยนอก
มาตรฐานบริการผู้ป่วยใน มาตรฐานบริการผู้ป่วยหนัก มาตรฐานบริการศัลยกรรม
มาตรฐานบริการวิสัญญี ส่วนการเยี่ยมสำรวจทางการแพทย์ได้แก่
มาตรฐานเวชระเบียน มาตรฐานพยาธิวิทยา มาตรฐานบริการเภสัชกรรม
และมาตรฐานบริการรังสีวิทยา วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 14 ก.ค.52

สา'สุข อุบลฯเน้นย้ำร้านขายยาในจังหวัดร่วมมือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
นาย แพทย์ วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ว่า
จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากการดำเนินการให้ความรู้แก่สถานประกอบการ
โรงเรียน ชุมชน ในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว
ยังต้องอาศัยการทำงานอย่างเป็นเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ
และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านขายยา
ซึ่งเป็นหน่วยบริการภาคเอกชนที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน
จากกรณีดังกล่าวสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี
และประธานเครือข่ายเภสัชกรจังหวัดอุบลราชธานี
จึงได้จัดประชุมกลุ่มเภสัชกรและผู้ประกอบการร้านยาในจังหวัด เรื่อง "
ร้านยาอุบลฯรวมใจสู้ภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 "
และร่วมอภิปรายเรื่องระบาดวิทยาและสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ความรู้เบื้องต้น แนวทางการรักษาและการส่งต่อจากร้านขายยา
ตลอดจนบทบาทร้านยาในการสู้ภัยไข้หวัดใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม
2552 เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้ร้านยามีสมรรถนะและสามารถแสดงบทบาทในการควบคุม
โรคร่วมกับหน่วยงานรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาระบบการทำงานแบบเป็น
เครือข่ายโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างร้านยาเอกชนกับหน่วยบริการสาธารณสุขของ
รัฐต่อไป สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไข้หวัด 2009 อุบลฯป่วยแล้ว 48 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อุบลราชธานี - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
เผยตัวเลขพบผู้ป่วยสะสมไข้หวัด 2009 มี 48 ราย มาจากต่างจังหวัด 32 ราย
ป่วยโดยรับเชื้อในจังหวัด 14 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนที่มาของโรคอีก 2 ราย
ทั้งหมดรักษาหายแล้ว 36 ราย อีก 12 ราย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
และยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อีสานล่างระบุ
มีการส่งตัวอย่างตรวจหาเชื้อวันละกว่า 30 รายแล้ว

วันนี้ (15 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
นายแพทย์ วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
เปิดเผยว่า สถิติตัวเลขถึงวันที่ 14 กรกฎาคม จังหวัดอุบลราชธานี
มีผู้ป่วยสะสมของจำนวนทั้งสิ้น 48 ราย
เป็นผู้ป่วยที่รักษาหายและแพทย์ให้กลับบ้านได้จำนวน 36 ราย อีก 12 ราย
ยังคงรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ผลจากการสอบสวนโรค พบว่า เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
32 ราย และเป็นการติดเชื้อภายในจังหวัดอุบลราชธานี 14 ราย อีก 2 ราย
อยู่ระหว่างการสอบสวนที่มาของการรับเชื้อโรค

นายแพทย์ วุฒิไกร
กล่าวต่อถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ซึ่งกำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ว่า
นอกจากการให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่
2009 ยังขอความร่วมมือให้เภสัชกรตามร้านขายยาพูดแนะนำประชาชนในการป้องกันตัวจาก
การรับเชื้อไข้หวัด
และช่วยคัดกรองผู้ป่วยต้องสงสัยเข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ
เพื่อลดการแพร่เชื้อไข้หวัด 2009 ให้อยู่ในวงจำกัดที่สุดต่อไป

ด้าน นายแพทย์ วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 อุบลราชธานี
ซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบยืนยันการติดเชื้อของผู้ป่วย ระบุว่า
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลใน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง 62 อำเภอ
ส่งตัวอย่างเชื้อผู้ป่วยต้องสงสัยให้ตรวจสอบยืนยันการติดเชื้อไข้หวัด
2009 วันละกว่า 30 ราย
นอกจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบส่งตัวอย่างมาให้ช่วยตรวจหาเชื้อแล้ว

ยัง มีโรงพยาบาลนอกเขตความรับผิดชอบ แต่ตั้งอยู่ใกล้เคียงศูนย์
คือ จังหวัดมุกดาหาร และ นครพนม
ก็ขอนำตัวอย่างมาให้ทางศูนย์ช่วยตรวจหาเชื้อด้วย

ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตรวจสอบตัวอย่างที่โรง
พยาบาลส่งมาให้วันละ 2 รอบ
เพราะต้องรีบแจ้งผลการตรวจให้โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวทราบภายใน
24 ชั่วโมง เพื่อทำการควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด
จากปริมาณตัวอย่างเชื้อที่ได้รับขณะนี้
ยังไม่เข้าขั้นเป็นการระบาดของเชื้อโรคอย่างรุนแรง

แต่หากมีปริมาณตัวอย่างเชื้อส่งมาให้ตรวจเกิน 50 รายต่อวัน
จึงถือว่ามีการระบาดของโรคที่รุนแรงแล้ว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079842

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สสจ.อบ.รณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
นาย วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ ( เอช 1
เอ็น 1 ) พบว่าข้อมูลผู้ป่วยในประเทศไทย รวมมีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด
3,555 ราย เสียชีวิต 19 ราย ส่วนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
มีรายงานผู้ป่วยสะสมจำนวนทั้งสิ้น 41 ราย
ผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จำนวน 5 ราย
และยังคงรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำนวน 36 ราย
ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ( ข้อมูล ณ วันที่ 13 กรกฏาคม 2552 )
ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคดังกล่าว
ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทั้งในและนอก
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ได้มีการเพิ่มมาตรการในการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการป้องกัน
ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
ได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอความร่วมมือผู้
ประกอบการสถานบันเทิง โรงเรียนกวดวิชา
ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตลอดจนปรับยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรค
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เน้นการเฝ้าระวังในพื้นที่
และค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว โดยขอความร่วมมือ
อสม.ร่วมค้นหาผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค นอกจากนั้น
ได้มีการกำหนดการดำเนินงานทำความสะอาดสำนักงาน ( BIG CLEANING DAY )
ในวันที่ 15 กรกฏาคม 2552
เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางในควบคุมป้องกันการแพร่การกระจายของเชื้อโรค
ให้หน่วยงานอื่น ๆ
ตลอดจนเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันในการดูแลสุขภาพโดยการ
สร้างสุขนิสัยในการป้องกันโรคแก่ตนเอง
นอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือให้ทุกโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี
เปิดช่องทาง FAST TRACK เพื่อคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009
เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าจากการรับบริการ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุบลฯ ตั้งวอร์รูมรับมือหวัด 2009 ปรับยุทธศาสตร์ควบคุมป้องกันโรค

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ASTV ผู้จัดการออนไลน์
นาย วุฒิไกร มุ่งหมาย นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุบลราชธานี
เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานีว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนทั้งสิ้น 28 ราย
และอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุข
แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากนี้
ทางจังหวัดได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
และขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบันเทิง โรงเรียนกวดวิชา
ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตลอดจนปรับยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรค
ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เน้นการเฝ้าระวังในพื้นที่
และค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว โดยขอความร่วมมือ
อสม.ร่วมค้นหาผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค
หากพบคนในหมู่บ้านเป็นหวัดมีไข้ ให้รายงานเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทราบ
เพื่อรับการรักษา และจัดส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปควบคุมป้องกันโรคทันที

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มช่องทางบริการให้กับผู้ป่วยไข้หวัด

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ไข้หวัดใหญ่ 2009
เพิ่มช่องทางบริการให้กับผู้ป่วยไข้หวัด
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
โรง พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ คุมเข้มสู้ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 "
เพิ่มช่องทางบริการสำหรับผู้ป่วยหวัดใหญ่ พร้อมจับตากลุ่มเสี่ยง
และประชาสัมพันธ์ให้ทุกคน กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย
นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรค
โรงพยาบาลได้เพิ่มช่องทางบริการสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่
สายพันธ์ใหม่ 2009 (ทีมคัดกรองไข้หวัดเฉพาะกิจ)
ให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจด้วยวิธีการ One Stop Service โดยจัดแพทย์
จัดสถานที่คัดกรอง ห้องตรวจ และที่รับยาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ณ
อาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เปิดให้บริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้ป่วยอื่น
ซึ่งในช่วงนี้ได้มีผู้เข้ารับการตรวจไข้หวัด ประมาณวันละ 90-120
รายต่อวัน หากมีอาการหนัก
จำเป็นต้องนอนรักษาทางโรงพยาบาลก็จะพิจารณารับเป็นผู้ป่วยในพักรักษาตัวในหอ
ผู้ป่วยเฉพาะโรคที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้แยกกับผู้ป่วยอื่น นอกจากนั้น
ยังประสานไปยังเครือข่ายบริการสุขภาพทุกแห่ง ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติตนแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งในสถานศึกษา สถานที่ราชการ หรือหน่วยงานอื่นๆ
และขอความร่วมมือสื่อมวลชนในพื้นที่
ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงวิธีการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่
สายพันธ์ใหม่ 2009 ด้วย ทั้งนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ได้จัดทำและสนับสนุน สติ๊กเกอร์ สื่อเอกสาร สปอตวิทยุประชาสัมพันธ์ ต่างๆ
โดยเน้นการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อจากผู้อื่นและป้องกันการแพร่เชื้อ
เมื่อป่วยไปยังผู้อื่นด้วย ( ล้างมือ ล้างให้ถูก กินสุก ช้อนกลางตัก
ปิดปากไอใส่กระดาษ ทิ้งกระดาษในถังปิด สวมหน้ากากให้มิดชิด
หากคิดว่าจะเป็นหวัด ) อย่างไรก็ตาม นพ.มนัส กนกศิลป์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
ยังได้กล่าวฝากถึงประชาชนในการเฝ้าระวังและดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะสามารถควบคุมและป้องกันได้
จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน และประชาชนใส่ใจดูแลตัวเอง
ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ สุทธิพงศ์ ภาพ 10
ก.ค.52

นร.นับหมื่นสวมหน้ากากร่วมตลาดนัดการศึกษา

อุบลราชธานี -มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จัดตลาดนัดแนะนำการเข้าศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศ
โดยมีนักเรียนมัธยมปลายจาก 10 จังหวัดภาคอีสานตอนล่างนับหมื่นคน
พร้อมใจสวมหน้ากากกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ร่วมงาน
หลังพบผู้ติดเชื้อในอีสานล่างหลายสิบคน

วันนี้ (10 ก.ค.) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ร่วมกับสถาบันระดับอุดมศึกษามีชื่อทั่วประเทศ 46 สถาบัน
จัดแนะนำการเข้าศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมปลายกับคณะวิชาต่างๆ
ของทุกสถาบัน เพื่อให้นักเรียนที่ต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปลายปี
เตรียมความรู้ใช้ในการสอบแข่งขัน โดยมีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจาก 10
จังหวัดภาคอีสานตอนล่างนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน

ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า
การจัดตลาดนัดการศึกษามีความจำเป็นต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งของ
รัฐและเอกชน แม้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะมีเขตบริการครอบคลุม 10
จังหวัดอีสานตอนล่าง

แต่ก็ต้องการให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลทางการศึกษาของสถานบันอื่น
เพื่อความหลากหลายทางวิชาการ และตรงตามความต้องการของผู้ต้องการเรียนรู้
เพราะเยาวชนคนรุ่นใหม่คือ
กำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุดหน้ายิ่งขึ้นไป

สำหรับบรรยากาศภายในงาน
ซึ่งจัดในอาคารกีฬาอเนกประสงค์ติดเครื่องปรับอากาศ
นักเรียนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูก
เพื่อป้องกันการระบาดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งพบการระบาดและมีผู้ติดเชื้อในหลายจังหวัดของภาคอีสานตอนล่างนับ 10 คน
สำหรับตลาดนัดการศึกษาครั้งนี้ จะจัดแนะนำการศึกษาถึงวันที่ 11 ก.ค.ศกนี้


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000078045

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฮือฮา! แม่เสือดาวตกลูกเป็นเสือดาวเผือกตัวแรกของโลก

อุบลราชธานี - "ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ" ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี
นำลูกเสือดาวเผือก ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวแรกของโลกให้ผู้สื่อข่าวชม
พร้อมเชิญชวนผู้สนใจร่วมตั้งชื่อ
และจะเปิดให้ประชาชนชมลูกเสือดาวเผือกอย่างใกล้ชิดในเดือนสิงหาคมศกนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (8 ก.ค.)
นายชูวิทย์ (กุ่ย) พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี
และเป็นเจ้าของสวนสัตว์ตระการ อ.ตระการพืชผล ได้นำลูกเสือดาวเพศผู้อายุ 1
เดือน ซึ่งผู้เลี้ยงลูกเสือตัวนี้เรียกชื่อว่า "น้องต้นเทียน"
ให้ผู้สื่อข่าวชมความพิเศษกว่าลูกเสือดาวทั่วไป
เพราะมีพื้นลำตัวเป็นสีขาว มีจุดเป็นสีดำ

โดยปกติลูกเสือดาวทั่วไป จะมีพื้นลำตัวเป็นสีเหลืองและจุดสีดำ
จึงถือว่าลูกเสือดาวตัวนี้ เป็นลูกเสือดาวเผือกตัวแรกของโลก

นายชูวิทย์ กล่าวว่า พ่อของลูกเสือดาวชื่อเจ้าตาขาว
เป็นเสือที่ได้มาจาก จ.พิษณุโลก ส่วนแม่ชื่อนางกาฬสินธุ์
ได้ตกลูกตามปกติให้สวนสัตว์มาหลายครอก กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 8
มิ.ย.นางกาฬสินธุ์ ก็ได้ตกลูกเสืออีกครั้ง
โดยครั้งนี้ให้ลูกเพียงตัวเดียวมีพื้นลำตัวเป็นสีขาว
สร้างความดีใจให้กับทางสวนสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะเพาะเลี้ยงเสือมาเกือบ
30 ปี ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

รวมทั้งการตั้งท้องของแม่เสือดาวเป็นไปตามธรรมชาติ
สำหรับสาเหตุที่ให้ลูกเป็นเสือดาวเผือก
อาจเกิดจากยีนตัวด้อยของพ่อและแม่มาผสมพันธุ์กัน
จึงทำให้เกิดความพิเศษในตัวลูกเสือดาว

ขณะ นี้ลูกเสือดาวทางสวนเสือได้แยกมาอนุบาลทำการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี
เพราะตามสัญชาตญาณของแม่เสือดาวจะไม่เลี้ยงลูก และอาจทำร้ายลูกให้ตายได้
ส่วนการเปิดให้ประชาชนเข้าชมความพิเศษของลูกเสือดาวตัวนี้
คงต้องรอให้ลูกเสือลืมตาก่อน

อย่างไรก็ ตาม คาดว่า ในเดือนสิงหาคมนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้
พร้อมทั้งจะให้ประชาชนร่วมกันตั้งชื่อลูกเสือดาวเผือกตัวนี้
ส่วนผู้สนใจความเป็นไปของลูกเสือดาวเผือกตัวนี้ได้ที่อุบลซูดอทคอมด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077173

นักท่องเที่ยวแห่ชมงานแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลฯ คึกคัก

อุบลราชธานี - เริ่มแล้วงานแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี
นักท่องเที่ยวแห่ชมขบวนแห่ต้นเทียนริมสองฝั่งถนนหลายพันคน
เผยขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา พร้อมขบวนฟ้อนรำกว่า 51 ขบวน

วันนี้ (8 ก.ค.) คณะจัดงานเทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี
ได้อัญเชิญเทียนหลวงพระราชทานนำหน้า
ก่อนทำการเคลื่อนขบวนต้นเทียนพรรษาจำนวน 51 ขบวน
โดยเป็นต้นเทียนประเภทแกะสลัก ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ต้นเทียนโบราณ
และต้นเทียนนานาชาติของศิลปินชาติยุโรป และเอเชีย 9 ชาติ
โดยมีขบวนฟ้อนรำของนักเรียน
นักศึกษาจากหลายสถาบันนำหน้าจากถนนเขื่อนธานีมุ่งหน้าไปตามถนนชยางกูร
และสิ้นสุดที่ถนนสุริยาตร์ระยะประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ

ท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รอชมอยู่
สองข้างทางหลายพันคน สำหรับต้นเทียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ
ทั้งประเภทแกะสลักและติดพิมพ์จะนำมาตั้งโชว์อยู่ข้างสนามทุ่งศรีเมือง
อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิดอีก 1 วันด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076984

แห่เทียนอุบลฯนักท่องเที่ยวลดกว่าครึ่ง-ระบุปัญหาเศรษฐกิจ/หวัด 2009 เป็นเหตุ

อุบลราชธานี - ยอดนักท่องเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ลดลงเกือบ 50
เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการระบุต้นเหตุ
จากพิษเศรษฐกิจและกลัวข่าวการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
รวมทั้งหลายจังหวัดหันมาทำต้นเทียนแข่งขัน
โดยใช้ช่างทำเทียนชาวอุบลราชธานี
ทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเที่ยวมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเทศกาลงานประเพณีแห่เทียนพรรษา
จ.อุบลราชธานี โดยที่ซุ้มแกะสลักเทียนนานาชาติข้างลานพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
ศิลปินจากชาติเอเชียและยุโรป ได้แกะสลักต้นเทียนตามแนวคิด สำเร็จเกือบ
100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
โดยมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมผลงานที่บรรดาศิลปินต่างชาติเหล่านี้
สร้างสรรค์เป็นระยะ

สำหรับงานแห่เทียนพรรษาจะเริ่มเคลื่อนขบวนในเช้าวันที่ 8
ก.ค.แต่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมน้อยกว่าทุกปี
เพราะจากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรมที่พักหลายแห่ง
ระบุตรงกันว่า มียอดจองที่พักลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ นายกบ จ่าผาย ผู้จัดการโรงแรมแสงทอง อ.เมืองอุบลราชธานี
กล่าวถึงสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงว่า มาจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา
และอีกสาเหตุคือการเกิดข่าวพบนักเรียนของจังหวัดอุบลราชธานีติดเชื้อไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระทั่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอน
ทำให้นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นแทน
ทั้งที่เมื่อปีที่ผ่านมา
มีนักท่องเที่ยวเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ในช่วงงานแห่เทียนพรรษาเต็มทุกห้อง
ทั้ง 2 วัน

สาเหตุ อีกประการที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
เพราะหลายจังหวัดส่งเสริมให้ทำต้นเทียนพรรษาประกวดแข่งขัน โดย
จ.นครราชสีมา ทำต้นเทียนล้อเลียนการเมือง สำหรับ จ.สุพรรณบุรี
ซึ่งยึดแนวการทำต้นเทียนพรรษาแบบสวยงามเล่าเรื่องราวในพุทธชาดกของพระ
พุทธเจ้า ได้จ้างช่างทำต้นเทียนของจังหวัดอุบลราชธานี
ไปทำต้นเทียนส่งเข้าประกวด
ทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการชมงานประเพณีแห่เทียนพรรษามากขึ้น

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076724

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ม.อุบลฯร่วมบริษัทเอกชนวิจัยปาล์มน้ำมันสายพันธุ์อีสาน

อุบลราชธานี-มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จับมือบริษัทผู้ผลิตและรับซื้อยางพาราและปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ
พัฒนาสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้ตรงตามความต้องการ ลดปัญหาการขาดทุน
หรือให้ผลผลิตน้อยแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มภาคอีสาน


วันนี้( 3 ก.ค.)ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยได้ลงนามร่วมมือพัฒนาคุณภาพการผลิตปาล์มน้ำมันกับนาย
เฉลิม โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น
ซึ่งประกอบกิจการรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันและยางพารารายใหญ่ของประเทศ
โดยจะร่วมกันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา
เพื่อยกระดับสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา
มีผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางในภาคอีสานตอนล่างให้สูงขึ้นกว่าเดิม

สำหรับปาล์มน้ำมันที่เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของภาคอีสาน
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จะทำการวิจัยสายพันธุ์ที่เหมาะแก่การนำมาปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน
รวมทั้งดูวิธีการปลูก การดูแล การให้น้ำ ระยะเวลาการปลูก
การเก็บเกี่ยวที่ให้ผลผลิตตอบแทนอย่างเต็มที่
โดยมหาวิทยาลัยได้ทำแปลงทดลองใช้ในการวิจัยและให้นักศึกษาภาควิชาการเกษตร
เข้าเรียนรู้ในพื้นที่ 30 ไร่

ผศ.ดร.วสุ อมฤตสุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานไร่ฝึกทดลองกล่าวว่า
การวิจัยส่งผลให้ทราบว่าปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ใดเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมนำมา
ปลูกในดินของภาคอีสาน
เพื่อลดปัญหาการขาดทุนหรือการลงทุนแล้วไม่คุ้มทุนของเกษตรกร
เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรต่างคนต่างนำพันธุ์ปาล์มน้ำมันหลายสายพันธุ์เข้ามา
ปลูกในพื้นที่ บางสายพันธุ์ให้ผลผลิตไม่ตรงกับความต้องการ
บางสายพันธุ์ให้ผลผลิตน้อย

การวิจัยครั้งนี้
จะนำไปสู่การผลิตต้นแบบสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันใหม่ที่เหมาะสมกับดินของภาค
อีสาน โดยจะทำการวิจัยเป็นระยะรวมเป็นเวลาประมาณ 5-10 ปี


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075368

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัย

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by งานประชาสัมพันธ์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
รพ. สรรพสิทธิประสงค์
จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัย วันที่
2 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องประชุม2 ชั้น6 อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ
คณะกรรมการวิชาการ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
ได้จัดประชุมการพัฒนานักวิจัยทางการพยาบาลเพื่อนำงานประจำสู่การวิจัยขึ้น
เพื่อเป็นการพัฒนานักวิจัยที่มีคุณภาพ
สามารถสร้างงานวิจัยจากงานประจำและผลงานวิจัยที่ดีต่อไป
อีกทั้งเพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร
ส่งเสริมวิจัย พัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพและถ่ายทอดองค์ความรู้
ในกลยุทธ์ที่2 พัฒนางานวิจัยทางการพยาบาล
มีเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลเข้าร่วมประชุม จำนวน 100 คน
เนื่องจากพยาบาลเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีมากเป็นอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล
โดยมีอัตรากำลังพยาบาลวิชาชีพจำนวน 841 คน พยาบาลเทคนิค จำนวน 108 คน
(สถิติโรงพยาบาลปีงบประมาณ 2551 )
อีกทั้งเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีงานประจำในหน้าที่และมีภาระงานประจำจำนวนมาก
ในงานประจำของพยาบาลจะมีความเกี่ยวเนื่องกับการดูแลรักษาผู้ป่วย
และเน้นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ
ที่นิยมใช้การวางแผนร่วมกันและจัดทำเป็นแผนการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน
โดยอาศัยความรู้การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ประกอบการปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นการบ่งชี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
และเป็นวิถีทางที่จำนำองค์กรพยาบาลสู่การเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีคุณภาพ
แต่ปัจจุบันได้มีการทำงานวิจัยไม่มากเท่าที่ควร
คือมีการจัดทำโครงการวิจัยไม่มากเท่าที่ควร
คือมีการจัดทำโครงการร่างงานวิจัยในงานประจำ ประมาณ 10-15 เรื่องต่อปี
เมื่อทำการสำรวจพบว่า บุคลากรยังขาดทักษะในการทำงานวิจัยในงานประจำ
และต้องการการทำงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น
จึงได้จัดทำโครงการพัฒนานักวิจัยในงานประจำในบุคลากรพยาบาลขึ้น
ในการประชุมครั้งนี้จะทำให้บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะในการทำวิจัย
มีการพัฒนาโครงร่างงานวิจัยในงานประจำของบุคลากรทางการพยาบาล
และมีการพัฒนางานประจำ
โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิริยาภรณ์ ข่าว/พิมพ์ 2 ก.ค.52

การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2552

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
การ ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาและ
ผลกระทบตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพ
และได้ขยายสู่ลูกหลานเยาวชนอนาคตของชาติมากขึ้นจนน่าเป็นห่วง
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องพร้อมใจกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ฟื้นฟูคุณค่าสิ่งดีงามในสังคม เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ
ต่อไป และสืบเนื่องจากมติ ครม.เห็นชอบให้ "วันเข้าพรรษา" เป็น
"วันงดดื่มสุราแห่งชาติ"
เพื่อให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมอันดีงามในการตั้งสัจจะอธิษฐาน ในการ ลด ละ
เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการรักษาศีล 5 เมื่อถึงช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
ตลอดระยะเวลา 3 เดือนและจังหวัดอุบลราชธานี
กำหนดการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ปี 2552 ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม
2552 ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2552
เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
เดินทางมาเที่ยวชมงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจำนวนมาก นายชวน
ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี
ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งต่อ
คุณภาพชีวิตของบุคคล เศรษฐกิจและสังคม
จึงได้จัดทำโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2552
เพื่อเชิญชวนให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ลด ละ เลิก เหล้า
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวงและถวายเป็นพุทธบูชา
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ดังนี้ 1.
ในระดับหมู่บ้าน
จัดให้มีแบบแสดงความจำนงงดเหล้าเข้าพรรษาพร้อมกันทั้งจังหวัด
จากนั้นให้ทุกหมู่บ้านรวบรวมรายชื่อและแบบสรุปการแสดงความจำนงงดเหล้าเข้า
พรรษา ให้อำเภอทุกแห่ง สรุปและรวบรวมเป็นภาพรวมของจังหวัดอุบลราชธานี 2.
ส่วนภาคราชการทุกแห่งในจังหวัดได้ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
และเชิญชวนให้บุคลากรในองค์กรแสดงความจำนงงดเหล้าเข้าพรรษา 3.
กำหนดการจัดงาน "รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา" และ "จัดพิธีปฏิญาณตนงดเหล้า
เข้าพรรษา" ในระดับจังหวัด ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552 ณ
บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก
ฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย
ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี
ซึ่งมีการจัดนิทรรศการเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดเหล้าเข้า
พรรษา โดยกำหนดให้ผู้ร่วมงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี
2552 จากทุกภาคส่วนจากสถาบันการศึกษา ภาคราชการ ภาคีเครือข่าย
อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชนทั่วไป ร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ไปยัง
4 มุมเมือง เพื่อสร้างกระแสสังคม ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สร้างจิตสำนึกใหม่ให้เยาวชน นำไปสู่การปลอดอบายมุขในจังหวัดอุบลราชธานี
ต่อไป